รีวิว Lenovo K6 Note แบตอึด 4,000 mAh ราคาต่ำกว่าหมื่น

ใกล้จะสิ้นปีสุดๆแล้วนะคะ จำต้องกล่าวว่าปริศนาที่ได้ยินมากมายสุดขณะนี้เป็น ช่วยชี้แนะโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาต่ำลงยิ่งกว่าหมื่นที่ดีๆให้หน่อย จะได้ไปช้อปช่วยชาติกัน วันนี้เลยจำเป็นต้องขอเอาโทรศัพท์มือถือตัวใหม่ปัจจุบันจาก Lenovo เป็นเจ้า K6 Note ที่สืบต่อการบรรลุเป้าหมายจาก K5 Note ในปีที่ผ่านมา จะมีอะไรน่าดึงดูดบ้าง ไปเริ่มกันเลยจ้ะ

เค้าหน้าของ K6 Note บางครั้งอาจจะไม่ต่างกับ K5 Note นัก โดยตัวเครื่องจะทำจากอลูมินัมทั้งชิ้น งานประกอบค่อนข้างจะพรีเมียม มาพร้อมกับจอ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 410 ppi สิ่งที่อุ้มถูกใจจากจอ Lenovo คงเกิดเรื่องความไม่สดจนกระทั่งแสบตา แต่ว่าได้การนุ่มนวลของสี และก็มีความกระจ่าง

dsc03620

ตัวเครื่องจับเหมาะกับมือ จอด้านข้างค่อนข้างจะชิดกับขอบเครื่องอย่างดีเยี่ยม ขอบข้างข้างหลังมีความมน ทำให้จับพอเหมาะ โดยที่แสกกลางนนิ้วจะยังอยู่ข้างหลังกับกล้องถ่ายรูป และ Dual Flash โดยที่มีความดกอยู่ที่ 8.4 มิลลิเมตร หนัก 169 กรัม ช่วงแรกด้ามจับ บางครั้งอาจจะคิดว่าแน่นๆแต่ว่าพอเพียงรู้ดีว่ามาพร้อมกับกางตขนาด 4,000 mAh ก็จำต้องยอมเค้า เนื่องจากใหญ่ขนาดนี้ น้ำหนักยังไม่มากขึ้นมากมาย นับว่าผ่านจ้ะ

dsc03609 dsc03611

dsc03636

K6 Note มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 ให้ CPU Qualcomm Snapdragon 430 เป็นแบบ Octa-Core 1.4 GHz มาพร้อมแรม 4GB แล้วก็ปริมาตรข้างในตัวเครื่อง 32 GB ที่สามารถใส่ซิมเพิ่มได้ถึง 128GB การใช้แรงงานทั่วๆไปปฏิบัติงานก้าวหน้านะคะ สามารถเลือกเปลี่ยนแปลงธีมได้ตามความอยากของพวกเรา ส่วนการแสกกลางนนิ้ว จะแสกกลางนได้ถึงแม้หน้าจอจะดับอยู่ ไม่จำเป็นที่ต้องเปิดจอก่อน

dsc03616

แอพคู่

img_4169

และก็ที่สำคัญเป็น มีโหมดแอพคู่ ทำให้พวกเรามี Facebook / LINE / IG ได้หลาย Account โดยการทำกล้วยๆดังต่อไปนี้
1. ไปที่ การตั้งค่า
2. ค้นหาคำว่า แอพคู่ที่ข้างบน
3. เลื่อนเปิด ที่แอพที่พวกเราอยากได้ให้มีแอพคู่
เพียงเท่านี้ ตัวเครื่องจะทำสร้างแอพเสมอเหมือนขึ้นมา โดยจะเป็นการปฏิบัติงานแยกกันอย่างยิ่งจริงๆ นอกเหนือจากการที่จะใช้งานได้อย่างอิสระแล้ว ยังไม่ต้องเข้าไปโหมดอื่นๆให้รู้สึกยุ่งยากอีกด้วย

img_4171

โหมดระบบปลอดภัย

ยิ่งกว่านั้นยังมี โหมดระบบไม่เป็นอันตราย ที่พอเพียงเลือกแล้ว จะเสมือนการผลิตอีก User เข้าไปในเครื่อง K6 Note ถ้าเกิดอยากใช้งาน จะมีการเข้ารหัสเพื่อกดเข้าไปมองได้ เมื่อเปิดระบบนี้แล้ว พวกเราจะดาวน์โหลดแอพต่างๆเข้าไปได้อีก แล้วก็เปิดแอพคู่ได้อีก ถือ K6 Note เครื่องนึง สามารถมี LINE ได้ถึง 4 Account

dsc03661 dsc03662

เกม

สำหรับในการเล่นเกม ก็สามารถใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ทดลองกับเกมปราบเซียนสุดโปรดของอุ้ม Archery King ที่ใน iPhone แอบมีลักษณะแลคๆอยู่เสมอเวลา แม้กระนั้นพอเพียงย้ายมาเล่นบน Android กลับทำเป็นลื่นไหลกว่ามากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นการเล่นแบบที่จำต้องแข่งกับเวลา ใน K6 Note ก็เล็งได้ดิบได้ดี โดยไม่มีกระตุก

dsc03644

กล้อง

dsc03645

Lenovo K6 Note มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปข้างหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมทั้ง Dual Flash สำหรับอุ้ม เรื่องกล้องถ่ายภาพก็อยู่ในระดับกลางนะคะ มีโหมด Smart เข้ามา เพื่อช่วยจัดวางส่วนประกอบอัจฉริยะ และก็ยังมีโหมดต่างๆไม่ว่าจะเป็น โหมดโปร โหมดพาโนรามา โหมดช่วงกลางคืน โหมด HDR โดยสามารถถ่ายรูปแบบขยับเขยื้อนเร็ว แล้วก็ Slow Motion ได้อีกด้วย

dsc03646

ส่วนกล้องหน้า มากับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มี Beauty Mode ที่ปรับได้ทั้งแบบ Manual และ Auto

dsc03642

โดยรวมก็กลางๆ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนะคะ ยังดีที่กล้องหลัง ยังปรับแต่งในโหมด Manual ได้เยอะพอสมควร ทั้ง White Balance / ISO / Macro ค่า

dsc03648

ลำโพง

สิ่งที่ไว้ภายใน Lenovo ได้ตลอดมา เป็นการใส่ ลำโพง Dolby Atmos มาในดูเหมือนจะทุกรุ่น และไม่พลาดที่จะใส่มาใน K6 Note ทำให้เสียงมีความดังกว่ารุ่นอื่นๆในราคาราวๆเดียวกันมากมายๆแล้วก็ยังมีผลให้มีมิติสำหรับในการฟังเพลงมากยิ่งขึ้น สรุปว่าทำให้ด้วยเหตุว่ารวมทั้งดัง ถูกใจเลยจ้ะ

dsc03639

แบตเตอรี่

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นจ้ะ ว่าตัวนี้จะมากับ กางตขนาด 4,000 mAh เท่าๆกับ Power Bank ขนาดเล็กๆทำให้พวกเราสามารถใช้งานได้นานนนกว่ารุ่นอื่นๆซึ่งธรรมดาแล้ว โทรศัพท์เคลื่อนที่หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ชอบมากับกางตขนาด 2,900 – 3,500 mAh แม้กระนั้น K6 Note จัดเต็มหัวข้อนี้มาให้เลย คนใดที่เกลียดชาร์จเสมอๆใช้นานๆก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูด เสียดายไม่ใส่ Fast Charge มาด้วยเนาะ

dsc03641

อ่านมาถึงที่ตรงนี้ คงรอคอยเรื่องราคากันใช่มั้ยค่ะ เจ้า K6 Note เครื่องนี้ ราคาอยู่ที่ 8,990 บาท รวมทั้งถ้าเกิดคิดว่าต้องการจะจัดเครื่องที่ราคาค่อยกว่านี้ เค้าก็มีตัวเลือกเป็น K6 Power ซึ่งมีทั้งหมดทุกอย่างที่อุ้มเล่ามา ละเว้นจอจะมีขนาด 5 นิ้ว ให้แรม 3GB กล้องถ่ายรูปข้างหลังความละเอียด 13MP และก็ราคาแพงขายอยู่ที่ 6,990 บาทเพียงแค่นั้น

dsc03656

สิ่งที่ทำให้โทรศัพท์มือถือจาก Lenovo เด่นกว่าเจ้าอื่นๆตอนนี้ คงคือเรื่องของราคาที่ไม่สูงมากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นจัดเสปคมาให้อย่างจัดเต็ม โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของแบตเตอรี่ แล้วก็ลำโพงแบบ Dolby Atmos และก็ยังสามารถใช้งานได้หลาย Account ในเครื่องเดียว

dsc03658

ซึ่งเหมาะสมกับการใช้แรงงานของผู้ที่มิได้อยากโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาแรงมากมาย สเปคครบถ้วน และไม่ต้องการชาร์จบ่อยครั้งนัก แต่ว่าหากในอนาคต มีการปรับให้ตัวเครื่องบางขึ้น และก็ใส่ชาร์จด่วนเข้ามา คงจะทำให้เพอเฟคกว่านี้จ้ะ

dsc03653 dsc03638

ภาพโดย

www.iaumreview.com

รีวิว Samsung Galaxy A50 และ A30 ดีไซน์ใหม่ กล้อง Ultra Wide จัดเต็มทุกฟีเจอร์ในราคาสุดคุ้ม

Samsung Galaxy A50 และก็ A30 เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถพูดได้ว่าเป็นการปรับแผนการใหม่ของ Samsung ที่ให้สเปคมาแบบจัดเต็มในราคาที่ไม่แพง เพื่อออกมาท้าทายชนกับคู่ปรับที่ต่อสู้ในเรื่องของราคากันอย่างรุนแรงในตลาดสมาร์ทโฟนของเมืองไทย

Samsung Galaxy A-Series ในปีนี้นอกเหนือจากที่จะมีการปรับออกแบบ? รวมทั้งสเปคที่คุ้มแล้ว การนับจำนวนรุ่นก็มีการปรับใหม่เหมือนกัน โดยใช้จำนวนรุ่นเป็นหลักสิบทั้งหมดทั้งปวง ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งเป็นทำให้ชื่อรุ่นไม่ซ้ำและก็จำชื่อรุ่นได้ง่ายมากยิ่งกว่าเดิม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy A50

  • ราคาเปิดตัว 11,490 บาท (มีนาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 74.7 x 7.7 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U Display เป็นแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9610
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 25 + 5 + 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัก 25 ล้านพิกเซล f/1.7
    • กล้อง Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ 4000mAh Fast Charge
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคด้วยใบหน้า

สรุปสเปค Samsung Galaxy A30

  • ราคาเปิดตัว 7,290 บาท (มีนาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 74.7 x 7.7 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U Display เป็นแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 7904
  • แรม 4GB
  • ความจุตัวเครื่อง 64GB ใส่เมมเพิ่มได้ 512GB
  • กล้องหลัง 2 เลนส์ 16 + 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล f/1.7
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ 4000mAh Fast Charge
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง และปลดล็อคด้วยใบหน้า

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Samsung Galaxy A50 และก็ A30 มีขนาดตัวเครื่องที่เสมอกัน แล้วก็มากับการวางแบบฝาข้างหลังแบบ 3D Glasstic แล้วก็มีกรอบตัวเครื่องที่โค้ง ทำให้เวลาจับใช้งานกระชับมือ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

น้ำหนักตัวเครื่องนับว่าออกจะเบามาก ใช้งานได้เป็นเวลานานมากขึ้นโดยที่ไม่ทราบสึกเมื่อยล้ามือ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ข้างหลังของ Galaxy A50 ยังมีดีไซน์ที่นำมาซึ่งการเบี่ยงเบนของแสงสว่าง เมื่อดูจากมุมต่างๆจะมองเห็นเป็นคล้ายสีของรุ้งกินน้ำ กล่าวได้ว่าเป็นความสวยระดับพรีเมี่ยมที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง แทนที่จะเป็นการไล่เฉดสีแบบให้มองเห็นกันชัดๆไปเลย

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

จอแสดงผลลัพธ์ Super AMOแอลอีดี ของ A50 มีขนาด 6.4 นิ้ว FullHD+ ความละเอียด 1080 x 2340 แล้วก็เป็นจอแบบยาวอัตราส่วน 19.5:9

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

รอยบากเล็กๆของจอ Infinity-U เป็นหลักที่สำหรับจัดตั้งกล้องถ่ายรูปหน้า ในขณะลำโพงสำหรับใช้เพื่อสำหรับในการโทรนั้นถูกแอบซ่อนไว้ระหว่างขอบจอแล้วก็กรอบตัวเครื่องจนถึงแทบไม่เห็น ทำให้พื้นที่ข้างหน้ามองสะอาดตาและก็งดงามมากยิ่งขึ้น

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือของ Galaxy A50 นั้นถูกฝังไว้ใต้กระจกจอ ทำให้สามารถแตะต้องสแกนนิ้วมือได้บนจอ ขณะที่ A30 ปุ่มสแกนนิ้วมือจะอยู่ข้างหลัง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้ 2 รุ่นนี้มีความต่างกันด้านการออกแบบ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

อีกทั้ง Galaxy A50 แล้วก็ A30 ใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C ซึ่งจำต้องขอบคุณมาก Samsung จริงๆท้ายที่สุดรุ่นถูกและก็ระดับกึ่งกลางอย่างนี้ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ชนิดเดียวกันกับรุ่นพรีเมียมได้ รวมทั้งยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ให้ใช้งานได้ดังเดิม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิมแบบ 3 slot ทำให้ใส่ได้ 2 ซิมการ์ดและใส่ microSD card ได้พร้อมกัน

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Galaxy A50 มีเลนส์กล้องถ่ายภาพข้างหลังเรียงกันในแนวดิ่ง 3 ตัว เป็นเลนส์ต่างประเภทกัน จะมีความคิดเห็นว่าขนาดเลนส์แต่ละตัวนั้นแตกต่างกัน และก็กรอบเลนส์นูนขึ้นมาเหนือฝาข้างหลังน้อยแค่นั้น ในระหว่างที่ Galaxy A30 มีเลนส์กล้องถ่ายภาพข้างหลังคู่

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Samsung Galaxy A50 แล้วก็ A30 รันระบบดำเนินการ Android 9.0 Pie ที่มีการแก้ไขใหม่แบบ One UI มีการปรับสีสัน รายการอาหารปุ่มต่างๆเพื่อการใช้แรงงานได้อย่างเต็มคุณภาพบนจอ Infinity Display ทุกแบบบนสมาร์ทโฟนของ Samsung และก็เน้นย้ำให้สามารถใช้งานมือเดียวได้ง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิม

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

รายการการตั้งค่าต่างๆมีการจัดประเภทเป็นก้อนเดียวกัน มีไอคอนสีสันงดงามที่ดูแล้วเข้าใจง่าย และก็ต้นแบบตัวหนังสือรวมทั้งพื้นข้างหลังก็มองเรียบง่าย ไม่เกลื่อนกลาดด้วย หรือถ้าหากหารายการอาหารไม่พบก็สามารถใช้ปุ่มค้นหาพิมพ์คำค้นหาที่ปรารถนาได้ในทันที

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับในการแสดงผลลัพธ์บนจอ Super AMOแอลอีดี มีโหมดให้เลือกใช้งานสำคัญๆ3 โหมด เป็น โรงหนัง AMOแอลอีดี, ภาพถ่าย AMOแอลอีดี และก็มาตรฐาน แต่ว่าถ้าเกิดเลือกเป็นการแสดงผลลัพธ์แบบปรับได้ จอจะปรับโทนสีให้อัตโนมัติตามคอนเทนท์ที่กำลังมองบนจอ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ต้องยอมรับว่าหน้าจอ Super AMOLED ของ Samsung นั้นให้สีสันที่สดใสสวยงามมาก ด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูง

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ฟีเจอร์ Always on display สำหรับแสดงเวลาและก็รายการแจ้งเตือนต่างๆตลอดระยะเวลาเมื่อจอดับมีการปรับค่าการใช้แรงงานใหม่บางส่วน โดยใน One UI ได้เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้งานหมายกำหนดการแสดงเองได้ว่าจะให้แสดงตลอดระยะเวลาหรือแสดงเมื่อเคาะจอ หรือระบุขณะที่อยากให้แสดงก็ได้ โดยค่าเริ่มที่ Samsung ระบุมาเป็นจำต้องเคาะจอ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเกิดปิดหน้าหน้าจอแล้วมองไม่เห็น Always on display ดำเนินการ ก็ไม่ต้องตระหนกตกใจไป ให้เข้าไปตั้งค่าเองได้

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ระบบ Theme สำหรับใครที่เบื่อหน้าตาแบบเดิมๆ ก็เลือกเปลี่ยนได้เองตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ใหม่ ธีม ไอคอน และมีธีมสำหรับ Always on display ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ฟีเจอร์การเคลื่อนไหวแล้วก็อาการ ตัวอย่างเช่น เอาขึ้นเพื่อเปิดจอ แตะต้องจอสองครั้งเพื่อปลุก เปิดจอไว้ขณะจ้องจอ ฯลฯ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

One UI ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในมือเดียวอยู่แล้ว แม้กระนั้นหากยังคงใช้งานมือเดียวไม่ถนัดก็สามารถย่อหน้าหน้าจอหรือคีย์บอร์ดให้เล็กลงมาที่มุมจอได้ เพื่อไม่ยุ่งยากต่อการเอื้อมนิ้วมือไปแตะต้องรายการอาหารต่างๆขณะใช้งานมือเดียวได้สบายขึ้น

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Dual Messenger การโคลนแอพให้สามารถใช้งานได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว (โดยไม่ต้องทำผ่าน Secure Folder) ซึ่งรองรับแอพโซเชียลดูเหมือนจะทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น LINE, WhatsApp, Facebook, Messenger, Skype ฯลฯ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

ระบบเสียงในตัวเครื่องของ Galaxy A50 รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos เมื่อใช้งานด้วยหูฟัง ทำให้เสียงที่ได้ยินจะออกมาในแบบอย่างสเตอริโอ ส่งผลให้เกิดมิติเสียงซ้ายขวา ซึ่งฟีเจอร์นี้ปฏิบัติงานได้ทั้งยังการดูหนัง ฟังเพลง รวมทั้งการเล่นเกม

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Game Launcher อัพเกรดหน้าตาใหม่ดูเรียบง่ายมากขึ้น สำหรับเข้าไปจัดการเกมต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ในตัวเครื่องได้ทั้งหมดจากในที่เดียว

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Game Tools ก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาตาใหม่เช่นกัน โดยเรียงรายการอาหารต่างๆในแบบรายการ สามารถเลือกใช้งานปิด/เปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม ล็อคปุ่มไม่ให้มือพวกเราพลาดไปโดยปุ่มกดตัวเครื่องขณะเล่นเกม ถ่ายภาพจอ หรือบันทึกวิดีโอจอขณะเล่นเกม ก็ทำเป็น ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่นี้มีแผงไอคอนแอพพลิเคชั่นให้พวกเราเลือกไว้ใช้งานแบบด่วนได้ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Digital Wellbeing หน้าแดชบอร์ดหรือเรียกให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือหน้าสรุปข้อมูล สำหรับดูเวลาที่เราใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากขนาดไหนต่อวัน หรือแม้กระทั่งจำนวนครั้งที่ปลดล็อคสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ก็จะทำการบันทึกไว้ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

นอกนั้นแล้ว Galaxy A50 และก็ A30 ก็ยังมีฟีเจอร์สำหรับจัดแจงเครื่องได้อย่างง่ายๆในคลิกครั้งเดียว สำหรับจัดแจงแบตเตอรี่ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หน่วยความจำแรม และก็ความปลอดภัยต่างๆเพื่อตัวเครื่องมีคุณภาพสำหรับเพื่อการใช้งานตลอดระยะเวลา

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

การเชื่อมต่อของ Galaxy A50 รองรับการใช้แรงงานพร้อม 2 ซิมการ์ดบนโครงข่าย 4G LTE โดยสามารถเปิดใช้งานสแตนด์บาย 4G ได้พร้อมทั้งยัง 2 ซิม ทั้งยังยังรองรับอีกทั้ง VoLTE แล้วก็ WiFi Calling (VoWiFi) มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และก็ Bluetooth 5.0 ด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ด้านความปลอดภัยสำหรับในการรับรองตัวตน Galaxy A50 มีระบบระเบียบการสแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจอ โดยการสัมผัสลงจอที่ตำแหน่งไอคอนลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อกระทำสแกนได้เลย ซึ่งการใช้แรงงานก็นับว่าการอ่านลายพิมพ์นิ้วมือทำเป็นเร็วทันใจดี

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

นอกนั้นก็สามารถใช้การจำบริเวณใบหน้าสำหรับเพื่อการปลดล็อคจอได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งแนวทางแบบนี้สบายรวมทั้งเร็วทันใจมากมายๆเพียงแต่ยกมือถือขึ้นมาให้ตรงตำแหน่งของบริเวณใบหน้าแล้วเปิดจอก็สามารถปลดล็อคได้ในทันที

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Galaxy A50 สามารถใช้งาน Bixby Voice ในการสั่งงานต่างๆ ด้วยเสียง, Bixby Home สำหรับจัดการแอพและเนื้อหาน่าสนใจตามการใช้งาน

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Samsung Galaxy A50 ใช้ชิพประเมินผล Exynos 9610 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีแนวทางการผลิตที่ 10nm ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับเป็น Quad-core 2.3GHz Cortex-A73 สำหรับในการใช้งานอย่างเต็มคุณภาพ และก็ Quad-core 1.7GHz Cortex-A53 ในการประเมินผลที่ใช้พลังงานน้อยลง พร้อมกราฟิก Mali-G72 MP12 โดยผลของการทดลอง AnTuTu เป็นการทดลองภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม แล้วก็ความสามารถลักษณะการทำงานของหน่วยประเมินผลกราฟิกหรือจีพียู ระดับคะแนนของ Galaxy A50 ทำแต้มรวมได้ 146,395 คะแนน

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ผลของการทดลองด้วย Geekbench 4 เพื่อทดลองคุณภาพการทำงานและก็การประมวลผล การทดลองนี้จะทำประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งได้เป็น 2 แบบเป็น Single-Core รวมทั้ง Multi-Core แม้ได้คะแนนยิ่งสูงสมรรถนะการทำงานจะยิ่งดี โดย Galaxy A50 ทำแต้ม Single-Core ได้ 1,715 คะแนน แล้วก็ Multi-Core ทำเป็น 5,532 คะแนน

Samsung Galaxy A50 and A30 ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Review

ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ ซึ่งเป็นเกมที่อยากอีกทั้งความลื่นไถลไหล จะต้องใช้การควบคุมแนวทาง แล้วก็ความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการเจาะจงเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่พบอาการกระตุกอีกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในขั้นสูง รวมทั้งภาพความละเอียดสูง

Samsung Galaxy A50 and A30 ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Review

เกม ROV เกมยอดนิยมสูงที่สุดในขณะนี้ สำหรับเพื่อการเล่นบน Galaxy A50 รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆและก็เน็ตไม่สวิงด้วย

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

Galaxy A50 แล้วก็ A30 มีแบตเตอรี่ 4000mAh ใช้งานทั่วๆไปได้ช้านานตลอดทั้งวัน หรือแม้กระทั้งการเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล ถ่ายทำถ่ายภาพตลอดวัน กลางคืนก็อยู่ได้นานแทบตลอดวัน จัดว่าพลังงานมีมาก

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

สำหรับในการชาร์จด่วนรองรับกำลังไฟสูงสุด 15W (QuickCharge 2.0) ซึ่งก็จัดว่าให้ฟีเจอร์มาออกจะจัดเต็มมากมายๆในเรื่องของแบตเตอรี่และก็การชาร์จแบต จากการทดลองชาร์แบตเตอรี่เริ่มจาก 23% ไปถึง 60% ใช้เวลาราวๆ 40 นาทีเพียงแค่นั้น

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

Galaxy A50 มีกล้องถ่ายภาพข้างหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายภาพเลนส์กว้างพิเศษ 123 องศา, กล้องถ่ายภาพหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล (f/1.7) และก็ Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล สำหรับเพื่อการถ่ายรูปหน้าชัดข้างหลังละลายที่ปรับความชัดตื้นชัดลึกได้

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

ในจอแอพกล้องถ่ายรูปจะมีไอคอนสำหรับเลือกถ่ายรูปมุมกว้างหรือมุมธรรมดา โดยเมื่อเลือกโหมดออโต้ไม่ว่าจะเป็นมุมกว้างหรือธรรมดา จะมี AI Scene Optimizer สำหรับในการปรับค่ากล้องถ่ายรูปให้เหมาะสมกับการถ่ายรูปนั้นๆแบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆขึ้นมาบนจอขณะที่กำลังทำการถ่ายรูป

ภาพถ่ายเปิด AI Scene Optimizer

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera Review 02Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

ภาพถ่าย Ultra Wide

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปที่เข้ามาเติมเต็มความรู้ความเข้าใจของกล้องถ่ายสำหรับภาพบนโทรศัพท์มือถือได้อย่างดีเยี่ยม ระยะใกล้มากแค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องเขยิบออกอีกต่อไป

Samsung Galaxy A50 and A30 OS Review

รูรับเเสง f/1.7 ที่อยู่ในกล้องถ่ายภาพหลักช่วยทำให้การถ่ายรูปในภาวะแสงสว่างต่างๆทำเป็นดียิ่งขึ้นด้วย โดยยิ่งไปกว่านั้นในที่แสงสว่างน้อยหรือในที่มืดแล้ว AI ตรวจเป็นฉากค่ำคืน จะมีผลให้รูปถ่ายเก็บแสงสว่างได้งามแล้วก็สว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ภาพถ่ายที่แสงน้อยและกลางคืน

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

ภาพถ่าย Live Focus

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

โหมด Live Focus กล้องถ่ายภาพข้างหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากข้างหลังเพื่อเพิ่มความสะดุดตางามได้ ซึ่งเอฟเฟ็กต์กลุ่มนี้ทำเป็นทั้งยังขณะถ่ายภาพและก็หลังจากที่ถ่ายรูปก็ทำเป็นเหมือนกัน

กระบวนการทำเอฟเฟ็กต์โบเก้ของ Galaxy A50 นั้นใช้ความรู้ของกล้องถ่ายรูป Depth sensor สำหรับการเก็บความลึกของภาพ ซึ่งดำเนินงานร่วมกับกล้องถ่ายรูปหลัก ทำให้การตัดขอบทำเป็นดีเยี่ยมขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นปลายเส้นผมที่ยังคงมองเห็นเนื้อหาชัดแจ้ง ผิดเบลอออกไป

ภาพถ่าย HDR

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

HDR เป็นการถ่ายภาพหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงสว่างต่างกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งมีการปรับปรุงด้านอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้น ทำให้การถ่ายรูปในโหมดนี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องถือกล้องถ่ายรูปนิ่งๆสำหรับในการถ่ายรูปแล้ว

ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p

ในเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอนั้น Galaxy A50 มีฟีเจอร์กันภาพสั่นไหวด้วย ซึ่งเท่าที่ทดลองใช้โทรศัพท์มือถือแล้วเดินถ่ายวิดีโอพบว่าภาพออกจะนิ่งใช้ได้เลย อันนี้ก็คงจะตอบปัญหาการใช้งานด้านการถ่ายวิดีโอได้ดีมากๆเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ทโฟนระดับราคาหมื่นนิดๆ

Samsung Galaxy A50 and A30 Review

สำหรับกล้องถ่ายภาพหน้าเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซลของ Galaxy A50 รอบนี้ทำเป็นดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเซลฟี่ย้อนแสงสว่างหรือที่แสงสว่างน้อย บริเวณใบหน้าก็ยังสว่างรวมทั้งมองเห็นเนื้อหาครบอีกทั้งภาพ

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

Samsung Galaxy A50 and A30 Camera ReviewSamsung Galaxy A50 and A30 Camera Review

นอกเหนือจากนั้นแล้ว กล้องถ่ายรูปหน้ายัง AR Sticker สำหรับใส่ลูกเล่นน่ารักน่าเอ็นดูๆให้กับภาพเซลฟี่ และก็สามารถสร้าง AR Emoji ด้วยบริเวณใบหน้าของพวกเราเพื่อส่งหากันในแอพแชทหรือโพสต์ลงโซเชียลก็ได้

สรุปจุดเด่น

  • Samsung Galaxy A50 และ A30 เป็นสมาร์ทโฟนสำหรับใครที่กำลังมองหาหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ และหน้าจอที่มีสีสวยด้วยแผงหน้าจอ Super AMOLED ความคมชัด Full HD+
  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ 3D Glasstic และมีดีไซน์แบบการหักเหของแสงในรุ่น Galaxy A50 ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงามและน่าสนใจ
  • ตัวเครื่องรันระบบปฏิบัติการระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ทันที ไม่ต้องรออัพเดท
  • Galaxy A50 มีซีพียู Exynos 9610 และแรม 6GB ใช้งานได้ลื่นไหล เล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้สบายๆ
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ของ Galaxy A30 ครบทุกการถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ และประทับใจกับระบบโฟกัสที่ทำได้รวดเร็วมาก
  • Galaxy A50 กับกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0 ถ่ายได้สว่างและคมชัดมากขึ้น เอาใจคนชอบเซลฟี่
  • แบตเตอรี่ 4000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน และรองรับ Fast Charge
  • ทั้ง Galaxy A50 และ A30 มีพอร์ตแบบ USB-C

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มี NFC และไม่รองรับ Samsung Pay

ภาพโดย

www.iphone-droid.net

รีวิว Galaxy S10 และ Galaxy S10+ สมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่ดีเยี่ยมที่สุดในรอบ 10 ปีของ Samsung

Samsung Galaxy S10 แล้วก็ S10+ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อตอนต้นปี 2019 ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เพราะการเปลี่ยนแปลงใหม่หลายๆอย่าง ตั้งแต่จอแบบใหม่ ไปจนกระทั่งระบบสแกนนิ้ว Ultrasonic ปัจจุบันนี้ทาง Samsung ได้นำ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ S10+ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากเปิดตัวหนแรกไปเมื่อสิ้นเดือนก.พ.ก่อนหน้าที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

สำหรับ Samsung Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของ Samsung ในปีนี้ โดยมากับการยกเครื่องออกแบบใหม่หมด ในชื่อ Infinity-O Display กับจอไม่มีขอบที่มีขอบจอบางลงกว่าเดิม รวมทั้งแอบซ่อนกล้องถ่ายภาพเซลฟี้ไว้ภายในรูตรงมุมบนขวาของจำสำหรับแสดงผล ก็เลยทำให้จอขนาดใหญ่ขึ้น โดยที่ยังคงขนาดของตัวเครื่องไว้เหมือนเดิม กับการออกแบบแบบโลหะ อะลูมิเนียม ซีรีส์ 7000 ตามติดด้วยแผงกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่ข้างหน้า และก็แบบ Corning Gorilla Glass 5 ข้างหลัง ที่มีความพรีเมียม เรียบหรู รวมทั้งคุ้มครองปกป้องน้ำ คุ้มครองฝุ่นละอองมาตรฐาน IP68 เหมือนเคย

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

จอแสดงผลลัพธ์ของทั้งยัง Samsung Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ รองรับเทคโนโลยี Dynamic AMOแอลอีดี พร้อมมาตรฐาน HDR10+ ให้ภาพชัดอีกทั้งในส่วนที่มืดหรือสว่าง เห็นแจ้งชัดในภาวะแสงสว่างกลางวัน แล้วก็รับประกันขอบเขตสี DCI-P3 100% แล้วก็มีฟีพบร์ลดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตา ซึ่งแรกเริ่มจำสำหรับแสดงผล Dynamic AMOแอลอีดี มีเทคโนโลยีการลดแสงสีฟ้ามาให้อยู่แล้ว ก็เลยทำให้ใน Galaxy S10 รวมทั้ง Galxy S10+ สามารถลดแสงสีฟ้าได้ถึง 42%

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ มาพร้อมหน้าพร้อมตาหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว รวมทั้ง 6.4 นิ้ว เป็นลำดับ โดยมีความแหลมคมชัดที่ระดับ 2K Quad HD+ อัตราส่วนภาพ 19:9 แล้วก็จุดดูความไม่เหมือนระหว่าง Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ ที่แน่ชัดที่สุดก็คือ กล้องถ่ายภาพเซลฟี่ที่หลบอยู่ในรูตรงมุมบนขวาของจำสำหรับแสดงผล โดย Galaxy S10 ใช้กล้องถ่ายภาพเซลฟี่แบบเลนส์เดียว ส่วน Galaxy S10+ มากับกล้องถ่ายรูปเซลฟี่แบบคู่ (Dual Camera) และก็เพื่อลดพื้นที่ขอบหน้าจอให้แคบที่สุด ลำโพงก็เลยถูกขยับขึ้นไปวางจนกระทั่งสุดขอบบน

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

หนึ่งในฟีเจอร์ของ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาจัดตั้งไว้บนหน้าจอ ด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ซึ่งสามารถสแกนได้แบบ 3D ซึ่งเพิ่มระดับความปลอดภัยให้มากยิ่งกว่าเดิม และไม่จะต้องควานตำแหน่งเซ็นเซอร์แบบในรุ่นก่อนๆที่จัดตั้งไว้ข้างหลังนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

สำหรับบริเวณตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ จะเช่นกันเป็น ข้างบนมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot พร้อมไมค์ลำดับที่สองสำหรับตัดเสียงดังรบกวน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ด้านล่างมีลำโพง, ไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ด้านขวามีปุ่มล็อกกรีน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเรียกใช้งาน Bixby

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

นอกจากนั้น Samsung Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ ยังคงใช้การเคลือบผิวที่แผงข้างหลังให้มีความเงาสวย ก็เลยช่วยส่งให้มองหรูหราพรีเมี่ยมขึ้น รวมทั้งสามารถสะท้อนแสงแวววาวในบางมุมที่แสงสว่างมาตกกระทบ พร้อมด้วยตัวเลือกสีใหม่อย่าง สีขาว Prism White, สีเขียว Prism Green แล้วก็สีดำ Prism Black

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

นอกจากดีไซน์แล้ว Samsung ยังมีจุดเด่นของระบบกล้องที่ภูมิใจนำเสนอ โดยติดตั้งกล้องมาให้มากถึง 5 ตัว สำหรับ Galaxy S10+ แบ่งเป็นหลัง 3 หน้า 2 ส่วน Galaxy S10 ซึ่งมาพร้อมกล้อง 4 ตัว ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว และกล้องหน้า 1 ตัว นั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

กล้องถ่ายรูปข้างหลังทั้งยัง 3 ตัว แบบ Triple Camera ของ Samsung Galaxy S10 แล้วก็ Galaxy S10+ มีความละเอียดเสมอกันที่ 12+16+12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra Wide และก็ Telephoto แล้วก็รองรับเทคโนโลยีปกป้องภาพสั่นไหวแบบ OIS และก็การจุดโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel รวมทั้ง Dual Aperture กลไกปรับขนาดรูรับแสงสว่างอัตโนมัติระหว่าง F1.5 และก็ F2.4 ก็เลยสามารถถ่ายรูปชัดได้อีกทั้งภาวะแสงสว่างช่วงเวลากลางวัน ไปจนกระทั่งค่ำคืน

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

รวมทั้งยังมีรองรับเทคโนโลยีสำหรับในการเจาะจงเบื้องหลังหรือวัตถุที่อยากเก็บภาพ ในชื่อ Scene Optimizer ซึ่งจะเข้ามาช่วยตั้งค่ากล้องถ่ายรูปให้อัตโนมัติ ตามเบื้องหลังหรือวัตถุที่ตรวจค้นได้ สามารถกำหนดได้มากกว่า 30 แบบอย่าง ดังเช่น เด็ก, คน, หมา, แมว, ของกิน, ชายทะเล, ฟ้า, เทือกเขา, ดวงอาทิตย์ตก, ดวงอาทิตย์ขึ้น, น้ำตก, วิว, เวที, ยานพาหนะ, เครื่องดื่ม, ดอกไม้, ต้นไม้, รองเท้า, ย้อนเเสง, ในร่ม, ตัวอักษร, เสื้อผ้า ฯลฯ

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ทางด้านโหมดถ่ายภาพ Live Focus ได้เพิ่มเอฟเฟกต์สำหรับปรับเปลี่ยนฉากหลังที่เบลอให้มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้มากถึง 4 แบบ ในการทำภาพเบลอ

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

กล้องถ่ายรูปสามารถเลือกใช้เลนส์ได้ 3 แบบ คือ การใช้งานเลนส์ปกติ, การใช้งานเลนส์มุมกว้าง (Ultra-Wide) และการใช้งานซูม (Telephoto)

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

สำหรับ Samsung Galaxy S10 Series ทุกรุ่น สามารถถ่ายวีดีโอได้มากถึงระดับ 4K UHD และก็ให้ความแหลมคมชัดราวกับกล้องถ่ายภาพ Action Cam โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกวีดีโอด้วยกล้องถ่ายภาพ Ultrawide รวมทั้งโหมด Super Steady ซึ่งสามารถลดภาพสั่นไหวได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งการใช้แรงงานโหมดนี้รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD เพียงแค่นั้น

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ส่วนที่กล้องถ่ายรูปหน้า Galaxy S10+ มาพร้อมกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual Camera) โดยกล้องถ่ายภาพหลักมีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ Dual Pixel รูรับแสงสว่าง F1.9 ส่วนกล้องถ่ายรูปรองเป็น RGB Depth Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับ Galaxy S10 รองรับกล้องถ่ายรูปเลนส์ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสองสามารถบันทึกวีดีโอด้วยความละเอียดมากถึง 4K UHD ได้เป็นรุ่นแรกของโลก

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Galaxy S10+ มีโหมดถ่ายภาพด้านหน้าก็มีให้เลือก 2 อย่าง คือการถ่ายเซลฟี่ปกติ กับการถ่ายมุมกว้าง สำหรับถ่ายภาพพร้อมกันเพื่อนๆ หลายคน นอกจากนี้ และยังรองรับโหมดถ่ายภาพ Live Focus และมีฟังก์ชันให้ใช้งานอีกมากมาย

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net
ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

กล้องถ่ายรูปหน้าของ Galaxy S10 รวมทั้งอีกหนึ่งรุ่นน้องอย่าง Galaxy S10e จะไม่มีรองรับเลนส์ RGB Depth Camera แบบใน Galaxy S10+ แม้กระนั้นก็สามารถถ่ายรูปเซลฟี่แบบละลายเบื้องหลังได้ด้วยเหมือนกัน ด้วยฟีพบร์ Selfie Focus ซึ่งกล้องถ่ายภาพของ Galaxy S10+ จะสามารถแบ่งเบื้องหลังออกไปจากบุุคคลที่อยู่ตรงหน้าได้แม่นกว่าด้วยเลนส์ RGB Depth Camera ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ส่วนในรุ่น Galaxy S10 และก็ Galaxy S10e จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสำหรับการแยกพื้นข้างหลังแทน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 Series ทั้งยัง 3 รุ่น ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยชิปประเมินผล Exynos 9820 แบบใหม่ปัจจุบันของ Samsung บนเทคโนโลยีการสร้างระดับ 8 นาโนเมตร ที่มีความเร็วสำหรับการประเมินผลกราฟิกมากขึ้น 37% รวมทั้งมีความเร็วสำหรับในการประเมินผลของซีพียูมากขึ้น 29% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อน โดยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย UX ใหม่ปัจจุบันอย่าง Samsung One UI

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

ด้วยคุณภาพระดับท็อปทำให้สามารถเล่นเกมกราฟิกสูงๆได้ไหลลื่น รวมทั้งยังมีฟังก์ชัน Game Tools เข้ามาช่วยสำหรับในการรีดเร้นความสามารถตัวเครื่องปฏิบัติงานเต็มประวิทธิภาพ รวมทั้งสามารถปิดการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้ก่อกวนขณะเล่นเกมได้ด้วยเหมือนกัน

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung ให้หน่วยความจำมาแบบเยอะจุใจ โดยรุ่นใหญ่ Galaxy S10+ ซึ่งมี 3 ตัวเลือก คือ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 1TB เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันกันเลยทีเดียว พร้อมกับรุ่น RAM 8GB จับคู่กับ ROM 512GB และ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจากwww.flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10+ นำเอาแบตเตอรี่มาอย่างจุใจ ด้วยปริมาตร 4100mAh ส่วน Galaxy S10 ให้มาที่ 3400mAh โดยทั้งคู่ใช้เทคโนโลยีชาร์แบตเตอรี่ความเร็วสูง พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 ที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อน และก็ยังรองรับฟีเจอร์ใหม่ปัจจุบันอย่าง Wireless PowerShare ซึ่งสามารถชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบไร้สายให้กับวัสดุอุปกรณ์อื่นๆได้ เพียงแค่นำเครื่องที่รองรับการชาร์จไร้สาย ทั้งยังสมาร์ทโฟน แล้วก็วัสดุอุปกรณ์เสริมต่างๆเป็นต้นว่า Galaxy Watch / Galaxy Buds มาสัมผัส หรือวางที่แผงข้างหลังของ Galaxy S10 รวมทั้ง Galaxy S10+ นั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www.flashfly.net

Samsung Galaxy S10 series ได้รับการพัฒนาให้เหนือกว่าเรือธงรุ่นก่อนในทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบภายนอก จนถึงฮาร์ดแวร์ภายใน สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีความพรีเมี่ยม จอแสดงผลขนาดใหญ่ พร้อมฟังก์ชันการถ่ายภาพครบ และสามารถเล่นเกมที่เน้นกราฟิก 3D ได้ลื่นไหล เชื่อว่า Galaxy S10 และ Galaxy S10+ สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 31,900 บาท สำหรับ Galaxy S10 และราคาเริ่มต้น 35,900 บาท สำหรับ Galaxy S10+ ซึ่งสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Samsung Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์ปกติ เลนส์ซูม และเลนส์มุมมองกว้าง

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์มุมมองกว้างสภาพแสงปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายเลนส์มุมมองกว้างตอนกลางคืน

ตัวอย่างภาพจากกล้องดิจิทัลด้านหน้า

ภาพโดย

www.flashfly.net

เปิดตัว Xiaomi Mi 9 สเปคแน่นมาพร้อม Snapdragon 855 เปิดฉากกล้องถ่ายหลัง 3 เลนส์

Xiaomi ถึงเวลาประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ Xiaomi Mi 9 สมาร์ทโฟนตัวตัวแรงรุ่นสืบต่อการบรรลุผลจาก Xiaomi Mi 8 โดยโอกาสนี้ยังมากับสเปคแบบจัดเต็มเหมือนปกติ ด้วยขุมพลังแบบใหม่ Qualcomm Snapdragon 855 พร้อมเล่นลวดลายที่ฝาหลังสุดงาม ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน รวมทั้งกล้องถ่ายรูปข้างหลัง 3 เลนส์รุ่นแรกของ Xiaomi

ตัวเครื่อง

Xiaomi ได้ดีไซน์ฝาข้างหลัง Xiaomi Mi 9 สุดสวยสดงดงามในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยลูกเล่นสะท้อนแสงในมุมต่างๆนำไปสู่สีรุ้งกินน้ำในแบบอย่างไม่ซ้ำกัน โดยเรียกออกแบบอย่างงี้ว่า Holographic Magic และก็ยังถูกครอบทับด้วยกระจกเพื่อความแข็งแกร่ง รวมทั้งแสดงสีได้อย่างสดใส

แค่นี้ไม่พอ ลูกเล่นสะท้อนแสงเปลี่ยนสีในมุมต่างๆยังปรากฏอยู่รอบๆกล้องถ่ายรูปข้างหลังตรงเลนส์ข้างบนสุด ยิ่งไปกว่านี้กล้องถ่ายรูปข้างหลังยังคงใช้อุปกรณ์เข้มแข็ง เพื่อการคุ้มครองป้องกันเลนส์ในชั้นสูง

กล้องถ่ายรูป

นี้เป็นอีกไฮไลท์สำคัญของ Xiaomi Mi 9 เนื่องจากว่านี้จะเป็นกล้องถ่ายรูปข้างหลัง 3 เลนส์รุ่นแรกจาก Xiaomi โดยในแต่ละเลนส์ถูกใส่สเปคแบบจัดเต็มมาสุดๆพร้อมได้คะแนน DxOMark ไปถึง 107 คะแนน (Xiaomi อาจให้ DxOMark ทดลองก่อนเปิดตัว)

  • เลนส์ที่ 1 ใช้เซนเซอร์ S5K3M5 ของ Samsung ประกอบไปด้วยเลนส์กระจก 6 ชั้น มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um เพื่อช่วยถ่ายภาพบุคคล แล้วก็ซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า
  • เลนส์ที่ 2 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/1.75 ขนาดพิกเซล 1.0um
  • เลนส์ที่ 3 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX481 เลนส์เป็นแบบกว้าง Super Wide-Angle รวมกับเลนส์ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
  • กล้องถ่ายภาพหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

ฟีเจอร์หลักของกล้องถ่ายรูป

  • กล้องถ่ายรูปเซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายรูปออกมามีความละเอียดสูง แล้วก็ลงรายละเอียดด้านในต้นแบบอย่างสมบูรณ์
  • สามารถซูมไม่เสียความละเอียดแบบ Optical ได้ 2 เท่า พร้อมถ่ายภาพหน้าชัดข้างหลังเบลอได้สวยสดงดงาม
  • ถ่ายมุมกว้างได้ถึง 117 องศา แล้วก็ถ่ายภาพแบบ ให้ความละเอียดแบบแจ่มกระจ่างใกล้สุดที่ 4 ซม.
  • การถ่ายมุมกว้าง จะมีการแก้ไขด้วย AI เพื่อภาพออกมางาม ไม่ว่าจะเป็น อาคาร, ข้าวของ, หรือรูปปั้น ดังนี้ระบบ AI ยังมีการชี้แนะให้ใช้เลนส์กว้าง ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ที่ควรที่จะใช้
  • รองรับโหมดถ่ายช่วงกลางคืนด้วยฟีเจอร์ “Handheld Super Night”

ดีไซน์หน้าจอ

จอแสดงผลลัพธ์ของ Xiaomi Mi 9 จะใช้จอ AMOแอลอีดี ของ Samsung โดยมีความกว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีดีไซน์แบบรอยเว้าแหว่งทรงหยดน้ำ อัตราส่วน 19:9 ความสว่าง 600nits ความสดใหม่ของสี NTSC 103.8% อัตราส่วนจอไม่มีขอบกับตัวเครื่อง 90.7% มีการครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 เพิ่มความแข็งแกร่งไปอีกขั้น ดังนี้ยังรองรับเทคโนโลยี สแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจอ อีกด้วย

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่จะมีขนาด 3,300mAh จำนวนบางครั้งอาจจะมองน้อย แม้กระนั้นทาง Xiaomi ก็บอกเหตุผลว่า ด้วยการใช้แรงงานจอ AMOแอลอีดี ทำให้มีการออมแบตเตอรี่เยอะขึ้นถ้าใช้งานในโหมดมืด ซึ่งพอเพียงต่อการใช้แรงงาน 24 ชั่วโมง ที่สำคัญมีการรองรับการชาร์จไว้มากถึง 27W และก็รองรับการชาร์จไร้สายถึง 20W

สเปคทั้งหมดของ Xiaomi Mi 9

Xiaomi Mi 9 ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังรุ่นท็อปตัวล่าสุดของ Qualcomm แน่นอนว่าเป็น Qualcomm Snapdragon 855 ที่เป็นชิปเซ็ตแบบ 7 นาโนเมตร พร้อมถูกคล็อกความเร็วสูงสุดที่ 2.84GHz และมีชิปกราฟฟิก Adreno 640 เพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟฟิกไปอีก 20% แรงขนาดนี้ก็รับคะแนนจาก AnTuTu ไปถึง 387,851 คะแนน

  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED กว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ครอบทับด้วย Gorilla Glass 6
  • ขุมพลัง : Qualcomm Snapdragon 855
  • RAM : 6 / 8GB LPDDR 4x บัส 2133MHz
  • ROM : 128GB แบบ UFS 2.1
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    – เลนส์ที่ 1 เซนเซอร์ Samsung S5K3M5 กระจก 6P มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
    – เลนส์ที่ 2 เซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.0um
    – เลนส์ที่ 3 ใช้เซนเซอร์ Sony IMX481 เลนส์เป็นแบบกว้าง Super Wide-Angle รวมกับมาโครเลนส์ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ความละเอียดพิกเซล 1.0um
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิม แบบ NanoSIM
  • พอร์ต : USB Type-C
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ : 3,330mAh รองรับชาร์จเร็ว 27W และชาร์จไร้สาย 20W

ฟีเจอร์อื่นๆ

  • มีระบบระเบียบสแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจอ รวมทั้งเป็นระบบการสแกนรุ่นที่ 5 เพิ่มความเที่ยงตรงรวมทั้งเร็วจากรุ่นก่อน กับเพื่อมพื้นที่สำหรับการสแกนมากเพิ่มขึ้น ด้วยเลนส์พิกเซลขนาดใหญ่ 5um
  • ปุ่ม AI เพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ
  • Game Turbo ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับในการเล่นเกม สามารถเล่น PUBG ในความละเอียด HD HDR ด้วยเฟรมเรต 60fps
  • เสา GPS แบบ GPS L2 เพิ่มความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการใช้งาน

สำหรับราคาของ Xiaomi Mi 9 จะถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่น โดยรุ่นแรก RAM 6GB + ROM 128GB ราคาประมาณ 14,000 บาท และ RAM 8GB + ROM 128GB ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,500 บาท) ซึ่ง Xiaomi Mi 9 จะมีให้เลือก 3 สีคือ สีฟ้า (Ocean Blue) , สีเทา (Piano Black) และสีม่วงอมชมพู (Lavender Violet)

ภาพโดย

www.news.siamphone.com

รีวิว iPhone XS Max สมาร์ทโฟนตัวท็อป พร้อมการอัพเกรดของใหม่ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max สมาร์ทโฟนที่มีหน้าหน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาจาก Apple ด้วยขนาดจอ 6.5 นิ้ว เป็นแผง OLED ที่มีขอบจอบางลงกว่าเดิม ตอบปัญหาคนที่อยากจอที่ใหญ่มากกว่า iPhone X และก็ iPhone XS โดยมีการปรับแก้ในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ลำโพงที่ดังกว่า แล้วก็แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

สรุปข้อมูลรวมทั้งสเปค iPhone XS Max

  • กรอบตัวเครื่องสแตลเลสสตีล กระจกหน้า-ข้างหลัง กันน้ำตามมาตรฐาน IP68 โดยมีให้เลือก 3 สี ตัวอย่างเช่น Space Gray, Gold รวมทั้ง Silver
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว OLED ขอบหน้าจอบางลง ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 12
  • ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic (7nm) และมี Apple NPU รุ่นที่ 2
  • ความจุตัวเครื่อง 64/256/512GB (ไม่รองช่องเพิ่มหน่วยความจำภายนอก)
  • กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล (Wide Angle) รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS และเลนส์ Telephoto รูรับแสง f/2.4 มีระบบกันสั่น OIS
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K @60fps และ 1080p @240fps
  • กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p@60fps
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual SIM, 4G LTE (1 Gbps), Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, Lightning port, GPS และ NFC (พร้อมตัวอ่าน)
  • แบตเตอรี่สามารถชาร์จแบบไร้สาย
  • ปลดล็อคด้วยระบบ Face ID
  • ลำโพงสเตอริโอ

การดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max มีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่เท่าๆกับ iPhone 8 Plus แต่ว่าการวางแบบแบบใหม่ที่ทำให้ขอบจอบางลง ก็เลยทำให้ได้พื้นที่แสดงผลลัพธ์ที่ใหญ่มากขึ้น กล่าวได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่มีหน้าหน้าจอใหญ่ที่สุดจาก Apple เวลานี้

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

รูปลักษณ์ภายนอกไม่มีความแตกต่างไปจาก iPhone XS มีเพียงแต่ขนาดตัวเครื่องที่แตกต่างแค่นั้น โดยกรอบตัวเครื่องเป็นสแตนเลสสตีลที่มีความมันเงาสูง รวมทั้งฝาข้างหลังเป็นกระจกที่มีขอบโค้งมนแบบ 2.5D ซึ่งของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน X-Series เป็นตัวเครื่องสีทองคำนั่นเอง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สำหรับเกรดของกระจกพื้นที่ Apple เลือกประยุกต์ใช้งานกับ iPhone XS Max เป็นกระจกนิรภัยบอกว่ากระจกที่แข็งแรงที่สุดในสมาร์ทโฟน ซึ่งหลายๆคนคงจะได้มองเห็นการทดลอง Drop Test จากหลายสื่อบน YouTube กันไปแล้ว แล้วก็มีการฉาบ Oleophobic ให้ผิวสัมผัสที่ลื่น ลดการเกิดรอยเปื้อนรอยนิ้วมือได้มากกว่าสมาร์ทโฟนที่มีการฉาบสารประเภทนี้ แม้กระนั้นก็จำต้องเห็นด้วยว่าวัสดุกระจกจะทิ้งรอยเปื้อนรอยนิ้วมือได้ง่ายอยู่แล้ว

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

รุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกจาก Apple ด้วยที่มีการอัพเกรดตัวเครื่องให้สามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 แม้กระนั้นบนหน้าเว็บก็ระบุชัดเจนว่าไม่เสนอแนะให้เอาไปใช้งานใต้น้ำ เนื่องจากว่ามิได้อยู่ภายใต้การรับรองความเสื่อมโทรม เพราะฉะนั้นฟีเจอร์นี้ถูกใส่มาให้ก็เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินอย่างกับสมาร์ทโฟนหลายๆรุ่นในตลาด

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

จอแสดงผลของ iPhone XS Max มีขนาด 6.5 นิ้ว เป็นแผงจอ Oแอลอีดี ต่อหน้าจอนี้ถูกประยุกต์ใช้งานกับ iPhone X เป็นรุ่นแรก แต่ว่าในรุ่นใหญ่ใหม่ปัจจุบันมีอัตราส่วนจอ 19.5:9 ซึ่งเป็นจอแบบยาว ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล รองรับเทคโนโลยีการแสดงผล HDR10 รวมทั้ง Dolby Vision รวมทั้งรองรับแรงกดด้วยเทคโนโลยี 3D Touch ก็ยังมีให้ใช้งานเหมือนกัน

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

เหนือจอมีเลนส์กล้องถ่ายรูปหน้า 7 ล้านพิกเซล ระบบสแกนบริเวณใบหน้า Face ID และก็ลำโพงสำหรับพูดคุย ซึ่งใช้เป็นลำโพงตัวที่ 2 สำหรับในการขับเสียงแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลักที่อยู่ขอบข้างล่างตัวเครื่อง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ขอบด้านล่างหน้าจอมีไมโครโฟน พอร์ตเชื่อมต่อ Lightning และลำโพง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ทางขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มปิดเสียง

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ขอบทางด้านขวามีปุ่ม Power รวมทั้งถาดใส่ซิมขนาด Nano SIM ปริมาณ 1 ช่อง โดยรุ่นโมเดลที่วางขายในไทยจะเป็นรุ่น Dual SIM ที่มี eSIM อยู่ในเครื่อง สามารถไปเปิดใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการโครงข่ายในไทยได้ (คอยอัพเดทการเปิดใช้งานจาก Apple และก็ค่ายต่างๆ)

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ข้างหลังตัวเครื่องมีเลนส์คู่กล้องถ่ายภาพแนวดิ่งความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเสมอกันอีกทั้ง 2 เลนส์ แต่ว่าเป็นเลนส์คนละประเภท โดยเลนส์หลัก Wide Angle แม้ว่าจะมีความละเอียดเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ผู้คนจำนวนมากอาจจะไม่รู้ รูปที่ได้มีความแหลมคมชัดแล้วก็สว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงอีกเลนส์ Telephoto สำหรับซูมระยะไกล และก็แฟลชกล้อง Quad-แอลอีดี

ฟังก์ชั่นการใช้งานและอินเตอร์เฟซ iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สำหรับเค้าหน้าของอินเตอร์เฟซบน iPhone XS Max ไม่ได้มีความแตกต่างไปจาก iPhone รุ่นอื่นๆโดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 12 ตั้งแต่แกะออกมาจากกล่อง ไม่เหมือนกันกับสมาร์ทโฟน Android ที่จะมีความแตกต่างออกไปพบกมาจากคนละค่าย

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ฟีเจอร์ใหม่ๆใน iOS 12 ที่เพิ่มเข้ามา อย่างเช่น Grouped Notifications, Screen Time, โหมด DND ที่ดีมากยิ่งกว่าเดิม, แสดงเนื้อหาการใช้แรงงานแบตเตอรี่ รวมทั้งอื่นๆซึ่ง iPhone ในปีนี้เป็น Series ที่สิ้นสุดสมาร์ทโฟนที่มีปุ่มโฮม Touch ID อย่างเป็นทางการ ทุกรุ่นใช้ระบบ Face ID สำหรับการปลดล็อคจอ แล้วก็ใช้ลีลาสำหรับการสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ iPhone XS Max จะสามารถแสดงผลลัพธ์ได้มากกว่า iPhone รุ่นก่อน ไม่ต้องเลื่อนจอเสมอๆเมื่อเข้าอ่านใจความหน้าเว็บหรือเข้ารายการอาหารตั้งค่าก็จะมองเห็นรายการอาหารได้มากกว่า โดยรอยบากรอบๆขอบจอยังคงเป็นสิ่งที่บางทีอาจสร้างความขวางสายตาเวลาใช้งานอยู่บ้าง แม้กระนั้นเมื่อใช้งานไปครู่หนึ่งหรือเคยใช้ iPhone X มาก่อนก็บางทีอาจคจะคุ้นชินได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากในขณะนี้สมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ต่างก็มีดีไซน์ในลักษณะนี้เช่นกัน

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

จอ OLED ของ iPhone XS Max รองรับการแสดงผล HDR10 แล้วก็ Dolby Vision ที่ให้ภาพสีสันแจ่มใสรวมทั้งชัดมากยิ่งกว่าเดิม คงจะชอบใจคนที่ถูกใจการดูหนังบน Netflix หรือ YouTube รวมทั้งแอพวิดีโออื่นๆที่ส่งเสริมสมาร์ทโฟนแบบใหม่นี้ โดยลำโพงหน้าที่ให้สำหรับขับเสียงออกมาแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลัก จากการใช้แรงงานพบว่าเสียงดังมากยิ่งกว่าเดิม เวลาดูหนังหรือเล่นเกมก็ได้มิติของเสียงซ้ายขวาเยอะขึ้น รวมทั้งสำหรับในการใช้งานร่วมกับหูฟังที่แถมมาในกล่องจะเป็นหูฟังพอร์ต Lightning ไม่ต้องมีตัวแปลง 3.5mm to Lightning แล้ว

iPhone XS Max Review

สำหรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยด้วย Face ID จากการใช้แรงงานพบว่าปฏิบัติงานได้รวดเร็วทันใจมากยิ่งกว่าเดิมกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งคงจะมาจากชิพ NPU แบบใหม่ที่มาพร้อมด้วย Apple A12 และก็เวลานี้บน iOS 12 สามารถบันทึกบริเวณใบหน้าได้ 2 บริเวณใบหน้าแล้ว

ประสิทธิภาพในการเล่นเกม iPhone XS Max

iPhone XS Max Review Benchmark

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max ใช้ชิพประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดของ Apple A12 Bionic แนวทางการผลิตที่ 7nm ทำให้มีปริมาณทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่ใส่ 1 ตารางเซ็นต์สูงขึ้นยิ่งกว่า Apple A11 ซึ่งแน่ๆว่าทำให้สมรรถนะสำหรับในการประเมินผลนั้นดียิ่งขึ้นอย่างแจ่มแจ้ง โดยมีซีพียู Hexa-core แล้วก็แรม 4GB ซึ่งผลของการทดลอง AnTuTu ซึ่งเป็นการทดลองภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม แล้วก็สมรรถนะรูปแบบการทำงานของหน่วยประเมินผลกราฟิกหรือจีพียู ทำแต้มรวมได้มากถึง 328,258 คะแนน ระดับคะแนนจัดว่าทำเป็นสูงมากมาย

iPhone XS Max Review Benchmark

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ผลของการทดลองด้วย Geekbench 4 เพื่อทดลองความสามารถการทำงานแล้วก็การประมวลผล การทดลองนี้จะกระทำประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งได้ 2 แบบเป็น Single-Core และก็ Multi-Core ถ้าได้คะแนนยิ่งสูงสมรรถนะการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดลองของ iPhone XS Max ทำสกอร์ Single-Core ได้ 4,788 และก็ Multi-Core ทำเป็น 11,257 คะแนน ผลคะแนนดียิ่งขึ้นชัดแจ้งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอีกทั้ง iPhone X และก็ iPhone 8

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานี้ ซึ่งเป็นเกมที่ปรารถนาทั้งยังความลื่นไถลไหล จำต้องใช้การควบคุมแนวทาง และก็ความเที่ยงตรงสำหรับในการกำหนดเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่พบอาการกระตุกอีกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับที่ค่อนข้างสูง และก็ภาพความละเอียดสูง

ประสิทธิภาพกล้องถ่ายรูป iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

iPhone XS Max มีกล้องถ่ายภาพข้างหลังเลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล, f/1.8 เป็นเลนส์ 26mm (Wide Angle) ระบบจุดโฟกัสแบบ PDAF และก็อีกเลนส์ 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เป็นเลนส์ 52mm (Telephoto) ระบบจุดโฟกัสแบบ PDAF รวมทั้งสามารรถยนต์ซูมได้ 2 เท่าแบบ Optical zoom ซึ่งเลนส์ทั้งยัง 2 ตัวมีกันสั่นแบบ OIS ด้วย ส่วนแฟลช Quad-แอลอีดี เป็นไฟแบบ Dual-tone

iPhone XS Max Wind Angle Camera

รูปถ่ายธรรมดาในโหมดออโต้ของ iPhone XS Max พบว่าเป็นเลนส์ที่มีมุมกว้างกว่าเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งเป็นเลนส์ 28mm ทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจมีความคิดว่าตัวกล้องถ่ายภาพมิได้มีการอัพเกรดใดๆก็ตามไปจากเดิม แม้กระนั้นอันที่จริงแล้วมุมภาพที่ถ่ายได้ในแบบใหม่มีความกว้างมากยิ่งกว่าพอเหมาะพอควร

iPhone XS Max Wind Angle CameraiPhone XS Max Wind Angle Camera

ตัวกล้องถ่ายภาพยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Smart HDR หรือ HDR อัจฉริยะที่จะถ่ายรูป 4 เฟรมแล้วรวมเป็นภาพเดียวอัตโนมัติ ทำให้เนื้อหาของภาพมีความแหลมคมชัดและก็ตอนแสงสว่างของภาพก็จะมีความสว่างมากยิ่งขึ้นด้วย

iPhone XS Max Wind Angle Camera

เป็นครั้งแรกที่กล้องถ่ายรูปของ iPhone XS Max สามารถถ่ายรูปในโหมด Portrait ได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เลนส์ Telephoto เข้ามาช่วยเก็บระยะชัดลึกชัดตื้น ซึ่งเป็นความสามารถของ ISP ที่มี Depth Mapping รวมทั้งชิพ NPU ตัวใหม่ใน Apple A12 ที่ทำให้การถ่ายรูปในโหมด Portrait ใช้เพียงแค่กล้องถ่ายรูปข้างหลังเพียงแต่เลนส์เดียว แล้วก็ดำเนินการร่วมกับ HDR ได้ด้วย

จากการทดลองการใช้เลนส์เดียวในโหมด Portrait โดยการใช้นิ้วปิดเลนส์ Telephoto พบว่า iPhone XS Max สามารถถ่ายรูปในโหมด Portrait ได้ ขณะที่ iPhone X รุ่นปีที่ผ่านมา เมื่อปิดเลนส์ Telephoto พบว่าการจุดโฟกัสจะเบลอน้อย หรือถ้าเกิดจุดโฟกัสได้แล้วเมื่อถ่ายรูปออกมาก็จะไม่เป็นภาพที่ถ่ายจากโหมด Portrait ถึงแม้ตอนถ่ายจอจะขึ้นใจความสีเหลืองว่าเป็นการถ่ายในโหมดนี้ก็ตาม

iPhone XS Max Review

สำหรับรูปถ่ายจากโหมด Portrait สามารถปรับค่ารูรับแสงสว่างเพื่อละลายเบื้องหลังได้แล้วหลังถ่ายภาพตั้งแต่ f/1.4 ไปจนกระทั่ง f/16 รวมทั้งสำหรับ iOS 12.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดลองนั้น สามารถปรับค่ารูรับแสงสว่างได้แบบเรียลไทม์ก่อนถ่ายรูป

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

กล้องถ่ายรูปหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง f/2.2 จากการใช้แรงงานพบว่าถ่ายรูปได้ไวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็มาจาก ISP ตัวใหม่ที่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ รวมถึงภาพเซลฟี่มีความสว่าง รวมทั้งคิดว่าผิวหน้ามีความเนียนมากยิ่งกว่าเดิมด้วยเมื่อเทียบกับ iPhone X

iPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

นอกนั้นแล้ว HDR Smart ยังดำเนินการนร่วมกับกล้องถ่ายภาพหน้าด้วย ทำให้ภาพเซลฟี่มีความสวยแล้วก็ยังลงรายละเอียดของเบื้องหลังที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงปฏิบัติงานกับโหมด Portrait ได้เหมือนกัน เพื่อได้ภาพเซลฟี่ที่มีความสะดุดตาด้วยการเบลอเบื้องหลัง รวมทั้งการคอนทราสต์ที่ดีมากยิ่งกว่าการถ่ายรูปโดยปิด HDR

ตัวอย่างภาพถ่าย

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

ขอบคุณภาพจาก

www.iphone-droid.net

สรุปจุดเด่น

  • จอ OLED มีความคมชัดและก็สีสันงาม ขอบจอบางลง และก็มีตัวเครื่องสีทองคำ ออกแบบกรอบสแตนเลสสตีลมีความันเงางาม
  • แบบใหม่มีแรมมากยิ่งกว่าเดิม และก็ใช้ชิพตัวใหม่ A12 การใช้แรงงานทั่วๆไปดำเนินงานได้เร็วขึ้น รวมทั้งเล่นเกมต่างๆได้อย่างลื่นไหล
  • กล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายรูปข้างหลังเลนส์คู่ที่ให้มุมกว้างมากยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ดำเนินการได้รวดเร็วทันใจทั้งยังระบบจุดโฟกัส ประเมินผลภาพ แล้วก็เก็บเนื้อหาแสงสว่างได้ดีเยอะขึ้น
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K@60fps รวมทั้งสามารถบันทึกเสียงแบบสเตอริโอที่ให้มิติของเสียงเหมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
  • กันน้ำมาตรฐาน IP68

ภาพโดย

www.iphone-droid.net

รีวิว Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อม S Pen สุดล้ำใช้เป็นรีโมท กล้องถ่ายภาพคู่ 2 รูรับแสงสว่างพร้อม AI แบตอึด รองรับปริมาตร 1TB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เปิดตัวแล้วก็วางขายในประเทศไทยไปเป็นที่เป็นระเบียบแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ซึ่งคราวนี้จัดเต็มด้วยคุณลักษณะที่พร้อม เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะสูงที่สุดรุ่นหนึ่งของ Samsung แล้วก็ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคราวนี้อยู่ที่ปากกา S Pen ที่นอกเหนือจากที่จะเขียนได้ลื่นไหล ยังมี Bluetooth ในตัว สำหรับใช้เป็นรีโมทควบคุมและก็สั่งงาน Galaxy Note 9 ได้

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

และก็แน่ๆว่าเราก็ได้ตัวเครื่องมาทำรีวิว ซึ่งพวกเราก็จะมาทำการแกะกล่องกับทดลองใช้งานจริงมาฝากกันอีกเหมือนเคย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวกล่องของ Galaxy Note 9 นั้นสะดุดตามาด้วยรูปของปากกา S Pen พร้อมเครื่องมือต่างๆที่ให้มาอย่างพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเข็มจิ้มถาดใส่ซิม คู่มือแนะนำการใช้งานพื้นฐาน เคสใส สาย USB Type-C อะแดปเตอร์ หูฟังจาก AKG รวมถึง USB Connector

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมกับจอสำหรับแสดงผลวางแบบ Infinity Display ที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนบางส่วน แม้กระนั้นขนาดบอดี้นั้นมีความใกล้เคียงกันมากมาย โดยใช้จำสำหรับแสดงผล Super AMOแอลอีดี ขอบโค้ง ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18.5:9

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

แน่ๆว่ามาพร้อมฟีเจอร์ที่ดีไซน์มาเพื่อปฏิบัติงานร่วมกับปากกา S Pen ได้อย่างเร็ว รวมทั้งฟีเจอร์ Always On Display ก็ปฏิบัติงานร่วมกับปากกา S Pen ด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

จอสำหรับแสดงผลของ Galaxy Note 9 ได้รับคำยกย่องจาก DisplayMate ว่าเป็นจำสำหรับแสดงผลที่เหมาะสมที่สุด แล้วก็ได้รับการชี้แนะจาก YouTube ว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะกับการรับดูวีดีโอบน YouTube ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เหนือจอสำหรับแสดงผลจะเจอกับลำโพงที่ใช้อีกทั้งพูดคุย แล้วก็ดำเนินงานร่วมกับลำโพงข้างล่างเพื่อเสียงในระบบสเตอริโอ ใกล้กันมีกล้องถ่ายภาพเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล และก็จัดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆมาให้ครบ ไม่ว่าจะตรวจหาแสงสว่างหรือวัดระยะห่าง และ Iris Sensor สำหรับสแกนดวงตา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างหลังเห็นความต่างระหว่าง Galaxy Note 9 กับรุ่นก่อนได้อย่างเห็นได้ชัด โดยแบบใหม่มีการย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาไว้ใต้กล้องถ่ายภาพคู่ข้างหลัง ส่วนแฟลช แอลอีดี กับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ อยู่ภายใต้กรอบเดียวกับกล้องถ่ายภาพคู่ข้างหลัง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบข้างๆมีความบาง 8.8 มม. ดูจากสายตาแยกไม่ออกแน่ๆว่ามีความหนามากกว่ารุ่นเดิมอยู่นิดหน่อย (Galaxy Note 8 บาง 8.6 มม.) เนื่องจากว่าข้างในใส่แบตเตอรี่มาให้มากกว่าเดิมนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตำแหน่งการวางปุ่มต่างๆที่ส่วนขอบข้างๆยังคงอย่างเดิม ฝั่งซ้ายมือจะมีปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Bixby อีกฝั่งมีเพียงแต่ปุ่มเพาเวอร์

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างบนจะเจอกับถาดใส่การ์ด รองรับ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด หมายคือช่อง SIM2 จำเป็นต้องเลือกใส่ระหว่างซิมการ์ด หรือการ์ด MicroSD โดยรองรับปริมาตรสูงสุด 512GB ในช่วงเวลาที่ปริมาตร ROM ก็มีให้เลือกระหว่าง 128GB กับ 512GB ส่วนอีกมุมหนึ่งมีรูไมค์สำหรับลดเสียงดังรบกวนรอบกาย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างล่างประกอบไปด้วยช่องแทงแจ็คหูฟัง 3.5 มม., พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมค์, ลำโพงที่ได้รับการปรับปรุงเสียงโดย AKG ให้เสียงในระบบสเตอริโอ (ขับเสียงพร้อมลำโพงข้างบน) แล้วก็มุมสุดเป็นช่องเก็บปากกา S Pen ที่พร้อมใช้งานเมื่อดึงออกมา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 ที่เข้ามาวางจำหน่าายในประเทศไทย จะมีให้เลือก 3 สี เป็น สีดำ มาพร้อมปากกา S Pen สีดำทั้งยังด้าม, สีน้ำตาลหรือสีทองแดง มาพร้อมปากกา S Pen ในโทนสีเดียวกัน รวมทั้งสีน้ำเงิน มีความพิเศษกว่าที่ปากกา S Pen เป็นสีเหลือง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ปากกา S Pen ของ Galaxy Note 9 มีความพิเศษกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมา เนื่องจากรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ Low-Energy โน่นคือ นอกเหนือจากที่จะใช้วาด เขียน หรือเขียนโน้ตเหมือนแต่ก่อน ยังสามารถใช้เป็นรีโมทควบคุมการทำงานอะไรบางอย่างของสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย แล้วก็สามารถควบคุมสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกลในรัศมีไม่เกิน 10 เมตร ชาร์จผ่านช่องทิ่มปากกาเพียงแต่ 40 วินาที ก็ใช้งานได้แบบสม่ำเสมอนานถึง 30 นาที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

S Pen สามารถใช้เป็นรีโมทกดถ่ายรูปได้ ช่วยทำให้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้ไกลกว่าที่เคย ไม่ต้องเหยียดแขนให้สุดอีกต่อไป เพียงแต่หาที่วางสมาร์ทโฟน แล้วดึงปากกาออกมาเพื่อใช้กดชัตเตอร์ที่ปุ่มบน S Pen สามารถสลับไปใช้กล้องถ่ายภาพหน้ากับกล้องถ่ายภาพข้างหลังได้อย่างไม่ยากเย็นเพียงแค่กดปุ่มบนปากกาชิดกัน 2 ครั้ง โดยไม่ต้องกดปุ่มที่จอให้ยุ่งยาก แน่ๆว่าวิธีการนี้จะมีผลให้การถ่ายรูปเซลฟี่กับสหายๆมีความสบายมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้นยังสามารถกดค้างปุ่มที่ปากกาเพื่อใช้เป็นทางลัดเปิดแอพกล้องถ่ายภาพได้อย่างเร็ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เสนองานได้อย่างสะดุดตาไม่มีใครเหมือน Samsung Galaxy Note 9 สามารถใช้งานโหมด Samsung DeX ได้สบายเพิ่มขึ้น ใช้เพียงแต่ HDMI adapter ชิ้นเดียวก็สามารถต่อจอภาพด้านนอกได้ในทันที และก็พรีเซ็นท์งานผ่านแอพ Microsoft PowerPoint เมื่อปรารถนาแปลงสไลด์หรือแผ่นงาน ก็สามารถกดปุ่มที่ S Pen ได้ในทันที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ปากกา S Pen ยังสามารถระบุได้ว่าเมื่อกดปุ่มค้างจะให้เรียกแอพพลิเคชั่นใดใน Galaxy Note 9 ขึ้นมา ที่สามารถใช้ได้กับทุกแอพพลิเคชั่น นอกนั้นปากกา S pen สามารถใช้กดเพื่อเล่นหรือหยุดเล่นวีดีโอใน YouTube หรือจะกดผ่านไปเล่นคลิปวีดีโอต่อไปก็ได้ สามารถใช้ควบคุมการเล่นเพลงได้เช่นเดียวกัน รวมถึงการดูรูปภาพใน Gallery

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

S Pen กับ Galaxy Note 9 วางแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเร็ว ราวกับปากการวมทั้งกระดาษทั่วๆไป ตราบเท่าที่สมาร์ทโฟนอยู่ในโหมดสแตนด์บาย (มิได้ดับเครื่อง) สามารถดึง S Pen ออกมาก็เขียนโน้ตบนจอได้ในทันที แล้วสามารถปักหมุดให้แสดงผลลัพธ์ในโหมด Always On Display หรือเก็บไว้ภายใน Samsung Notes โดยเหตุนั้น เมื่อรู้สึกว่าควรต้องทำอะไรก็สามารถเขียนไอเดียได้โดยทันที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

แบตเตอรี่มีปริมาตร 4,000mAh เพิ่มจากรุ่นก่อนที่ให้มา 3,300mAh ก็เลยให้พลังงานพอเพียงตลอดวัน หรือหากใช้งานอย่างมาก ก็สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้อย่างเร็ว เนื่องจากว่ารองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ไม่ว่าจะชาร์จผ่าน Power Adapter ที่แถมมาให้ในกล่อง หรือชาร์จกับวัสดุอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย แม้กระนั้นอย่างข้างหลังจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ชิปประเมินผลของ Samsung Galaxy Note 9 ถูกทำออกมา 2 เวอร์ชั่น สำหรับเวอร์ชั่นที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย จะใช้ชิป Exynos 9810 รุ่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Galaxy S9 หรือ S9+ แม้กระนั้นเหนือกว่าด้วยความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 512GB พร้อมรองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 512GB ทำให้ Galaxy Note 9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตลาดที่ให้พื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง 1TB อย่างไรก็ดี เวอร์ชั่นที่พวกเราได้เอามาทดลองนั้นเป็นรุ่น RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมกล้องถ่ายภาพคู่ข้างหลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล จำนวนบางทีก็อาจจะเหมือนเดิม แต่ว่าเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยทำให้รูปออกมาเพอร์เฟ็คเพิ่มมากขึ้น โดยเลนส์ Wide-angle มีกลไกสำหรับเพื่อการปรับความกว้างของรูรับแสงสว่างแบบอัตโนมัติ ระหว่าง F1.5 กับ F2.4 เมื่อถ่ายรูปในภาวะแสงสว่างธรรมดา จะใช้ F2.4 แต่ว่าเมื่อถ่ายรูปในที่แสงสว่างน้อยจะปรับเป็น F1.5 ส่วนเลนส์ Telephoto มีขนาดรูรับแสงสว่าง F2.4 รองรับการซูมออฟว่ากล่าวคอล 2 เท่า ลดภาพเบลอด้วยระบบทดแทนการสั่นไหว OIS แบบคู่ รวมทั้งมี Super Speed Dual Pixel ช่วยทำให้จับจุดโฟกัสได้อย่างเร็ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

โหมดถ่ายรูปต่างๆจากเรือธงรุ่นก่อนยังคงมีมาให้ดังเดิม ทั้งยัง Live focus, HDR, Pro, Panorama, Super Slow Motion แม้กระนั้นกล้องถ่ายรูปของ Galaxy Note 9 มีความฉลาดมากขึ้น สามารถปรับค่ากล้องถ่ายรูปตามฉากหรือวัตถุที่ตรวจได้ กำหนดได้ถึง 20 โหมด เข่น ของกิน, ภาพบุคคล, ดอกไม้, สัตว์, วิว, ท้องทุ่ง, ต้นไม้, ฟ้า, เทือกเขา, ริมหาด, ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ดวงตะวันตก, ถนนหนทาง, ชายน้ำ, ฉากช่วงเวลาค่ำคืน, น้ำตก, แสง, เนื้อความ ฯลฯ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ไม่เพียงเท่านั้น กล้องถ่ายภาพของ Galaxy Note 9 ยังสามารถตรวจหาข้อเสียที่อาจส่งผลให้รูปออกมาไม่สวยซักเท่าไหร่ อย่างการตรวจจับการกระพริบตา หรือ ภาพเบลอ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปใหม่ได้โดยทันที ลองนึกถึงว่าถ้าเกิดไปถ่ายรูปกับสถานที่เที่ยวต่างๆแล้วพอกลับมาเช็ครูปถ่ายที่บ้าน พบว่าคนภายในภาพหลับตาอยู่หรือภาพเบลอก็คงเสียดาย จะเดินทางกลับไปถ่ายใหม่ก็ไม่ใช่ง่าย โดยเหตุนี้ การแจ้งเตือนจะช่วยทำให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปใหม่ได้โดยทันที ทั้งยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบว่าเลนส์กล้องถ่ายรูปมัว หรือถ่ายย้อนแสงสว่าง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

โหมดวีดีโอ สามารถรองรับความละเอียดได้ถึง 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) 60 เฟรมต่อวินาที มาพร้อมโหมด Super Slow-mo ถ่ายภาพเคลื่อนไหวช้า 960 เฟรมต่อวินาที

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายรูปเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง F1.7 สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ถนัดขึ้น เนื่องจากสามารถกดชัตเตอร์ได้จากปากกา S Pen ไม่ต้องขอคืนดีเพื่อนพ้องหรือขอให้ผู้ใดกันแน่ช่วยถ่ายรูปอีกต่อไป เพียงแต่หาที่วาง Galaxy Note 9 แล้วเขยิบออกได้ไกลถึง 10 เมตร หลังจากนั้นก็กดถ่ายรูปด้วยปุ่มบน S Pen นอกเหนือจากนี้ ยังรองรับ AR Sticker และก็ AR Emoji ดังที่เคยประยุกต์ใช้กับ Galaxy S9 series แต่ว่าสามารถใช้ S Pen ตกแต่งเพิ่มอีกได้ แล้วก็สามารถบันทึกวีดีโอด้วยกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ในความละเอียดสูงสุด QHD (2560 x 1440 พิกเซล)

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

อย่างที่กล่าวไปแล้วในช่วงต้น Galaxy Note 9 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสมที่สุดของ Samsung ตั้งแต่ผลิตสมาร์ทโฟนออกมา ออกแบบพรีเมี่ยมด้วยสิ่งของโลหะประสานกระจก กันน้ำได้ตามมายี่ห้อมาตรฐาน IP68 อยู่ในน้ำที่สะอาดที่มีความน้ำลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที ความสามารถด้านในถึงแม้ว่าจะใช้ชิปประเมินผลรุ่นเดียวกับ Galaxy S9 series แต่ว่ามาพร้อมกับของใหม่ใหม่หลายสิ่งหลายอย่าง โดยยิ่งไปกว่านั้นระบบระบายความร้อนที่ช่วยทำให้เล่นเกมได้ช้านานขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

Samsung Galaxy Note 9 วางขายแล้วในราคา 33,900 บาท โดยเป็นรุ่น 128GB ส่วนรุ่น 512GB ราคา 39,900 บาท จบท้ายด้วยแบบอย่างรูปถ่ายจาก Samsung Galaxy Note 9 แบบไม่ปรับปรุงแก้ไขใดๆก็ตามเพียงแต่ย่อขนาดลงมาแค่นั้น

  

 ภาพโดย 

www.flashfly.net

รีวิว OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด ออกแบบสวย สแกนนิ้วบนหน้าจอ กล้องถ่ายรูปข้างหลัง 2 รูรับแสง ที่สุดของโหมดถ่ายรูปตอนกลางคืน ชาร์จเร็วที่สุดในโลก

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

มาแล้วรีวิวฉบับเต็มของ OPPO R17 Pro ภายหลังที่ดูพรีวิว รวมทั้งการใช้แรงงานโหมดถ่ายรูปตอนกลางคืนด้วยโหมดช่วงเวลาค่ำคืน Ultra Night Mode แบบไม่ใช้ขาตั้งกล้องถ่ายภาพกันไปแล้ว ทำให้คนจำนวนไม่น้อยอยากทราบว่าแล้วฟีเจอร์อื่นๆของรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าดึงดูดอีกบ้าง ขอบอกเลยว่าจัดเต็มเกินราคาค่าจ้างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ไม่ใช่เพียงแค่ออกแบบสวยสดงดงาม แต่ว่ายังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี สำหรับ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมแบบใหม่ปัจจุบันที่ OPPO พรีเซนเทชั่น มาพร้อมระบบสแกนลายพิมพ์นิ้วมือบนจำสำหรับแสดงผล เทคโนโลยีชาร์จเร็ว SuperVOOC Flash Charge กล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 ตัว รวมทั้งการออกแบบที่สะดุดตา

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro ได้รับการออกแบบมาอย่างงดงาม ด้วยสี Radiant Mist ที่มีการไล่เฉดสีจากสีฟ้าไปพบสีม่วง มาพร้อมกระจก 3D ทำให้ผิวมีชีวิตชีวาที่นาๆประการตามมุมของแสงสว่างที่มากระทบ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตถึง 15 ขั้นตอน ทั้งยังการเคลือบผิว ขัดมัน ชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟ้า แล้วก็ยังมีสีเขียว Emerald Green ให้เลือกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro มาพร้อมกับจำสำหรับแสดงผล AMOแอลอีดี (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.4 นิ้ว ขอบจอบางเป็นพิเศษ ทำให้รูปร่างจอกว้างถึง 91.5% โดยมีรอยบากทรงหยดน้ำ รวมทั้งครอบทับด้วยกระจกแบบใหม่ Corning Gorilla Glass 6 ที่มีความคงทนกว่ากระจกรุ่นก่อนถึง 2 เท่า

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ภายใต้จำสำหรับแสดงผลยังจัดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือมาให้ด้วย ใช้ปลดล็อคสมาร์ทโฟนเสมือนเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือทั่วๆไป สามารถปลดล็อคได้อย่างเร็ว หรือจะใช้ฟีเจอร์  Face Unlock ปลดล็อคด้วยการมองกล้องถ่ายรูปเซลฟี่ก็ทำเป็นเหมือนกัน

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายรูปเซลฟี่ 25 ล้านพิกเซล จัดตั้งไว้ภายในรอยบาก และก็เหนือรอยบากมีลำโพงหูฟัง ที่น่าดึงดูดก็คือ OPPO R17 Pro ยังจัดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจแสงสว่างมาให้ด้วย แต่ว่าแอบซ่อนไว้ทางขวา เพื่อจำสำหรับแสดงผลมีพื้นที่กว้างที่สุด แต่ว่ายังสามารถปรับแสงไฟตามสิ่งแวดล้อมได้อัตโนมัติ เว้นแต่เซ็นเซอร์ตรวจแสงสว่างยังมีเซ็นเซอร์ตรวจระยะห่างด้วยรังสีอินฟาเรดมาให้เช่นเดียวกัน โดยใช้เทคโนโลยีลักษณะเดียวกันกับ OPPO Find X ช่วยเปิด-ปิดจำสำหรับแสดงผลอัตโนมัติ เมื่อยกสมาร์ทโฟนใกล้หู

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างหลังจะเจอกับระบบกล้องถ่ายภาพ 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปคู่ 12 + 20 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องถ่ายรูป TOF 3D Camera (Time of Flight) รวมทั้งใต้ชุดกล้องถ่ายภาพเป็นแฟลช Dual แอลอีดี

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ส่วนขอบรอบข้างเครื่องใช้สอยอุปกรณ์อลูมินัมอัลลอย ออกแบบโค้งมน มีความบาง 7.9 มม. จัดตั้งปุ่มเพาเวอร์ด้านซ้ายของตัวเครื่อง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

อีกข้างเป็นปุ่มปรับระดับเสียง แยกปุ่มเพิ่มเสียงกับปุ่มลดเสียงไว้

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ข้างบนมีรูไมค์ตัวลำดับที่สอง ช่วยตัดเสียงดังรบกวนรอบตัว
ข้างล่างมีลำโพง, ไมค์ตัวหลัก, พอร์ต USB Type-C และก็ ถาดใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิมขนาดท้องนาโน (ไม่มีช่องใส่การ์ด MicroSD)

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตำแหน่งการวางลำโพงแล้วก็พอร์ต USB Type-C ตั้งมั่นวางแบบมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อคุ้มครองป้องกันนิ้วมือปิดทับในระหว่างใช้งานสมาร์ทโฟนในแนวขนาน ระหว่างรับดูคอนเท้นต์วีดีโอหรือเล่นเกม สำหรับพอร์ต USB Type-C ยังสามารถเชื่อมต่อกับสาย HDMI เพื่อส่งรูปภาพที่เอามาจากสมาร์ทโฟนไปแสดงผลลัพธ์บนจอภาพขนาดใหญ่ได้อีกด้วย ผ่านฟีเจอร์ Screen Streaming

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ไฮไลท์อีกสิ่งหนึ่งของ OPPO R17 Pro ก็คือมาพร้อมได้รับแบตเตอรี่ 2 เซลล์ ปริมาตร 1,850mAh รวมกันเป็น 3,700mAh เกื้อหนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่สุดในโลก SuperVOOC Flash Charge (50 วัตต์) ซึ่งชาร์จเร็วกว่า VOOC Flash Charge ของ OPPO ใช้เวลาชาร์จเพียงแต่ 10 นาที ให้พลังงานแบตเตอรี่ถึง 40% หรือชาร์จเพียงแค่ 30 กว่านาคราวแบตเตอรี่ก็เต็มแล้ว แถมยังไม่มีอันตรายและก็ตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย ฟีเจอร์นี้น่าทึ่งมาก

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายรูปหลัก 12 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.4 ไมครอน มีความพิเศษซึ่งสามารถปรับขนาดรูรับแสงสว่างได้อัตโนมัติระหว่าง F1.5 กับ F2.4 โดยมีชื่อเรียกว่า Smart Aperture รูรับแสงสว่างอัจฉริยะ เมื่อถ่ายรูปในที่แสงสว่างน้อย ระบบจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงสว่าง F1.5 เพื่อเก็บภาพช่วงเวลากลางคืนได้อย่างชัดแจ๋ว

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

พร้อมกับโหมด Ultra Night สำหรับถ่ายรูปในตอนกลางคืนโดยยิ่งไปกว่านั้น และก็ในภาวะแสงสว่างธรรมดาหรือช่วงเวลากลางวันจะใช้ขนาดรูรับแสงสว่าง F2.4 กล้องถ่ายภาพตัวหลักยังดำเนินการร่วมกับกล้องถ่ายรูปรอง 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงสว่าง F2.6 ช่วยสำหรับการถ่ายรูปโบเก้ในโหมด Portrait

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ระบบกล้องถ่ายภาพข้างหลังของ OPPO R17 Pro ได้รับการออกแบบมาให้ถ่ายรูปในช่วงเวลาค่ำคืนได้อย่างงดงามชัดเจน นอกเหนือจากที่จะมีโหมด Ultra Night ยังมีระบบระเบียบประเมินผลภาพ AI Ultra Clear Engine การประมวลผลภาพภายในเวลา 2-4 วินาที รวมภาพรวมทั้งพินิจพิจารณาปรับแสงสว่าง เพื่อสำเร็จลัพธ์ที่ชัด รวมถึงเทคโนโลยีลดภาพสั่นไหวแบบออปติเตียนคอล หรือ OIS และก็จับจุดโฟกัสได้อย่างเร็วด้วยระบบ Dual Pixel

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ส่วนกล้องถ่ายภาพตัวที่ 3 เป็นกล้องถ่ายรูป TOF 3D Camera (Time of Flight) ใช้ถ่ายภาพวัตถุหรือสิ่งแวดล้อมได้ถึง 360 องศา โดยการเปล่งแสงรังสีอินฟาเรดไปยังผิวของวัตถุแล้วส่งสัญญาณกลับมายังตัวเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera ทำให้กล้องถ่ายภาพข้างหลังของ OPPO R17 Pro สามารถสร้างโมเดล 3 มิติ จากวัตถุที่อยากได้ได้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกับแอพพลิเคชั่นด้าน AR

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

รวมทั้งยังช่วยถ่ายรูปในโหมด Portrait หรือละลายเบื้องหลังได้ดิบได้ดีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่ OPPO จะปลดปล่อยแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวโยงกับเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera ออกมาให้อัพเดทในอนาคต

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับในการถ่ายรูปทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน OPPO ได้นำฟีพบร์ AI Scenes Recognition มาช่วยปรับให้ค่ากล้องถ่ายรูปให้อัตโนมัติ ตามฉากหรือวัตถุที่กำลังจะถ่าย สามารถกำหนดได้ถึง 23 จำพวก ได้แก่ ดอกไม้, ตะวันขึ้น, ดวงตะวันตก, หมา, บุคคล, ของกิน ฯลฯ และก็ยังมี Color Engine ที่ช่วยแต่งเม็ดสีในทุกพิเซลให้สามารถแสดงสีที่มากขึ้นในฉากต่างๆทำให้ได้แสงสว่างในรูปภาพที่แสดงออกมาได้อย่างดียิ่ง
OPPO R17 Pro ยังช่วยทำให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปในโหมด Portrait ให้มองเป็นมือโปรเพิ่มขึ้นด้วย AI Portrait Mode ซึ่งสามารถละลายเบื้องหลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเอฟเฟกต์จัดแสงสว่างอย่าง Natural Light, Film Light, Monotone Light ,Bi-color Light ,Canvas Light และก็ Shake light เมื่อถ่ายด้วยโหมดนี้พวกเราจะสามารถปรับเลือกเปลี่ยนแปลงเอฟเฟกต์จัดแสงสว่างได้ตามใจตอนหลังอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

สำหรับคนไหนกันแน่ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการถ่ายรูปอย่างเอาจริงเอาจัง OPPO R17 Pro ยังเกื้อหนุนฟีพบร์ RAW HDR ไฟล์ที่เป็นรูปภาพแบบอย่าง RAW ที่เป็นรูปต้นฉบับก่อนถูกบีบอัดด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็เลยมีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับการนำไปตกแต่งปรับปรุงเพิ่มเติมอีกด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

กล้องถ่ายภาพเซลฟี้ 25 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงสว่าง F2.0 รองรับโหมดถ่ายรูป AI Beauty ปรับปรุงบริเวณใบหน้าให้ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการสแกนบริเวณใบหน้าถึง 296 จุด พร้อม AI ช่วยพินิจพิจารณาจากเพศ อายุ รวมทั้งรูปแบบของผิว นอกเหนือจากนี้ยังสามารถถ่ายเซลฟี้ในที่ที่โล่งแจ้งหรือย้อนแสงสว่างได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยี Sensor-HDR

 

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

เพิ่มความเพลิดเพลินด้วยโหมด AR Stickers ใส่เอฟเฟกต์จัดแสงสว่างให้เบื้องหลังได้ มีฟิลเตอร์ให้เลือกหลายแบบ แล้วก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวการ์ตูนจากรูปเซลฟี่ เพื่อใช้เป็นสติกเกอร์ขยับเขยื้อนได้ด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro ปฏิบัติงานบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ปฏิบัติงานบนฐานราก Android 8.1 Oreo ใช้ชิปประเมินผล Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core 2.2GHz รองรับ Artificial Intelligence (AI) Engine พร้อมจีพียู Adreno 616 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ซึ่งสเปกสูงสุดในซีรีย์ R17 ที่ OPPO นำเข้ามาขายในประเทศไทย สามารถทำสกอร์จาก AnTuTu Benchmark แอพวัดสมรรถนะยอดนิยมไปได้ในระดับแสนหกหมื่นคะแนนได้อย่างสบายๆ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ด้วยสเปกแรงขนาดนี้ทำให้ OPPO R17 Pro เล่นเกมยอดฮิตอย่าง PUBG และ ROV ได้กราฟิกระดับสูงสุด ลื่นไหลระดับ 60 fps กันไปเลยทีเดียว แถมสามารถเล่นไปชาร์จไปได้โดยตัวเครื่องไม่ร้อนแถมแบตเตอรี่เต็มไวแบบสุดๆอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ColorOS 5.2 มากับฟีพบร์ Smart Bar ที่ปรับปรุงขึ้นมาให้ช่วยปฏิบัติงานแบบ Multitasking เพียงแค่ปัดนิ้วมือจากขอบข้างๆของจำสำหรับแสดงผล ก็จะเจอกับ Smart Bar ที่มาพร้อมทางลัดไปสู่แอพพลิเคชั่นโปรดได้โดยทันที พร้อมฟีพบร์ถ่ายภาพจอ หรือบันทึกจอเป็นวีดีโอ รวมทั้งยังมีแอพพลิเคชั่น Video Editing ช่วยตัดต่อวีดีโออย่างง่าย มาพร้อม ธีม ฟิลเตอร์ เสียง เนื้อความ ลายน้ำ แล้วก็ เอฟเฟกต์พิเศษต่างๆสำหรับแทรกลงในวิดีโอที่ชอบ

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net


ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

OPPO R17 Pro สะดุดตาตั้งแต่การออกแบบที่งดงามให้สีสันไม่ซ้ำใคร ใช้จำสำหรับแสดงผล AMOแอลอีดี ขนาดใหญ่ เหมาะกับการรับดูคอนเท้นต์วีดีโอ ชิปประเมินผลแบบใหม่เล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการทำงานหลายแบบพร้อมด้วย RAM 8GB แบตเตอรี่ชาร์จเร็วที่สุดในโลก Super VOOC Flash Charge ที่แรกเริ่มมีเฉพาะในรุ่นราคาห้าหมื่นบาทแค่นั้น ขณะนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาน้อยยิ่งกว่าครึ่ง

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

และก็ที่เป็นไฮไลท์เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิตอลข้างหลัง 2 รูรับแสงสว่าง F2.4 รวมทั้ง F1.5 หรือ Smart Aperture ที่ปรับปรุงขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปในตอนกลางคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชัดแจ๋วแบบสุดๆรวมทั้งยังเก็บทุกภาวะแสงสว่างได้อย่างดียิ่งเช่นเดียวกันกับคนถ่ายรูปมืออาชีพ สามารถถ่ายวิดิโอความละเอียด 4K ได้อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net


ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวอย่างภาพถ่ายกลางคืน Ultra Night Mode

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องดิจิตอลด้านหลัง

 

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ขอบคุณภาพจาก

www. flashfly.net

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องเซลฟี่ด้านหน้า

 

ภาพโดย

www. flashfly.net

รีวิว Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ กล้องหลัง 3 เลนส์ เก็บครบทุกโมเมนต์ – Samsung Party

เปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A70 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Galaxy A Series ในปี 2019 นี้ โดยวางจำหน่ายในราคา 15,990 บาท จัดอยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีสเปคน่าสนใจ หน้าจอใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว และมีกล้องหลัง 3 เลนส์ สำหรับถ่ายภาพได้ทุกโมเมนต์

ชุดจัดจำหน่าย

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ภายในชุดจัดจำหน่ายนอกจากจะมีตัวเครื่อง Galaxy A70 แล้ว ยังมีเคส TPU ใสแบบนิ่มมาให้ใช้งานปกป้องตัวเครื่องตั้งแต่แกะกล่องเลย แล้วถ้าไม่ถูกใจค่อยไปหาเคสอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีหูฟัง, สายชาร์จ USB และ อะแดปเตอร์ Super Fast Charging รองรับ 25W มาให้ภายในกล่องด้วย

ดีไซน์สวยระดับเรือธง

A70 หน้าจอ 6.7 นิ้ว

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

หน้าจอ Super AMOLED ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบบ Infinity-U มีกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 MP รูรับแสง f/2.0 อยู่ด้านใน ลำโพงสนทนาวางเหนือกล้องหน้าด้านบน มีปุ่มเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ขอบหน้าจอโค้งและบาง ทำให้การแสดงผลได้เต็มพื้นที่มากขึ้น การใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชมวิดีโอ, ซีรีส์, ภาพยนต์ต่างๆ หรือแม้แต่เล่นเกมก็ทำให้ดูได้เต็มตามากขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ด้านหลังดีไซน์ 3D Glasstic เป็นกระจกผสมกับพลาสติกมีความสวยงามแสดงเป็นสีรุ้งเมื่อมีการกระทบกับแสง ให้ความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร ขอบด้านข้างฝาหลังโค้งรับกับอุ้งมือ ทำให้การจับมือถือที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้วแบบนี้ได้ถนัดมือมากขึ้น

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Tripple Slot สามารถใช้งาน 2 ซิม และเมมโมรี่การ์ดแบบ Micro SD (รองรับสูงสุด 512GB) ซึ่งวางอยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ปุ่มปรับระดับเสียงสนทนาและปุ่ม Power ถูกวางอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งขอบของตัวเครื่องก็มีสีแนวทางเดียวกับตัวเครื่อง ทำให้ดูสวยงามมากขึ้นไปอีก ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C, ลำโพงสนทนา และสำโพงสปีกเกอร์ วางอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง

กล้องหลัง 3 เลนส์ เก็บได้ครบทุกโมเมนต์

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ด้วยมือถือระดับกลาง แต่มาพร้อมกับกล้อง 3 เลนส์ ประกอบไปด้วย เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 + เลนส์ชัดตื้นความละเอียด 5 ล้านพิกเซลรูรับแสง f/2.2 สำหรับภาพที่ต้องการปรับหน้าชัดหลังละลาย + เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 123 องศา เก็บภาพมุมกว้าง โดยทั้ง 3 เลนส์นี้จะช่วยให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถถ่ายรูปภาพได้หลากหลายมุมมองมากขึ้นกว่าเดิม

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ตัวกล้องเองก็มีระบบ AI มาช่วยสำหรับการถ่ายภาพ โดยจะทำการปรับแสง, ความสว่าง, สีสันต่างๆ ให้เหมาะกับวัตถุนั้นๆ มากขึ้น โดยทาง AI จะตรวจสอบวัตุปและคำนวณออกมาเองแบบอัตโนมัติ โดยมีมากถึง 20 โหมด ได้แก่ อาหาร บุคคล ดอกไม้ ฉากในร่ม สัตว์ ทิวทัศน์ ฉากสีเขียว ต้นไม้ ท้องฟ้า ภูเขา ชายหาด พระอาทิตย์ตก ริมน้ำ ท้องถนนในเมือง ทิวทัศน์ยามค่ำคืน น้ำตก หิมะ นก ข้อความ ย้อนแสง ตรงนี้ใครที่ไม่ชอบให้ AI ช่วยถ่ายรูปภาพ ก็สามารถทำการปิดได้

และ Galaxy A70 ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการถ่ายรูปภาพกลุ่มคน, ภาพบุคคล ว่ามีคนมีคนกะพริบตา, ภาพเบลอ , เลนส์สกปรก และภาพย้อนแสง เพื่อให้เราถ่ายรูปภาพใหม่ได้ทันที ตรงนี้ถือเป็นข้อดีสำหรับภาพสำคัญๆ เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้เช็คแบบละเอียดถี่ถ้วนทั้งหมด ทำให้เราสามารถแก้ตัวถ่ายรูปภาพใหม่ได้ทันที การแจ้งเตือนก็ทำได้รวดเร็วหลังจากกดชัตเตอร์ไม่กี่วินาที

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

สำหรับการถ่ายรูปภาพถือว่าทำได้ดีเลย ถ่ายกลางคืนก็ยังพอไหว เพราะตัวเลนส์หลักนั้นมีรูรับแสงที่กว้าง ใครที่ชื่นชอบการถ่ายวิว เลนส์มุมกว้างก็ช่วยทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น ส่วนของหน้าตา UI ก็คุ้นเคยสำหรับคนใช้ซัมซุงอยู่แล้ว แต่ใครที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็ไม่ต้องห่วงเพราะซัมซุงมีการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

ถ่ายภาพมุมกว้าง
โหมดไลฟ์โฟกัส ปรับพื้นหลังเบลอ

เซลฟี่สวย หน้าใส คมชัดทุกมุมมอง

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ให้ความคมชัดและความสว่างจากรูรับแสงกว้าง f/2.0 มาพร้อมโหมดบิวตี้ปรับหน้าเนียนใสได้ พร้อมกับโหมดไลฟ์โฟกัสที่จะช่วยให้เซลฟี่ได้แบบหน้าชัดหลังเบลอ ปรับค่าพื้นหลังเบลอก่อนถ่ายเซลฟี่ได้ และสามารถปรับเอฟเฟ็กต์พื้นหลังในภายหลังได้ โดยจะเอฟเฟ็กต์เบลอแบบสปิน, แบบซูม และคัลเลอร์พอยท์ให้เลือก

ปรับเอฟเฟ็กต์ภายหลัง

ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า

เซลฟี่ด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส

เล่นเกมลื่นไหล ไม่สะดุด

ชิปประมวล Qualcomm Snapdragon 675 กับ RAM 8GB ช่วยในการประมวลผลการใช้งานต่างๆ และยังเหมาะสำหรับการเล่นเกมอีกด้วย เพราะในซัมซุงจะมีแอพพลิเคชั่น Game Launcher มาให้ ช่วยในการปิดการแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงแสดงป๊อบอัพสายโทรเข้ามาโดยที่ไม่เกะกะการเล่นเกมอีกด้วย ตัวสเปคเองก็สามารถปรับกราฟิกในระดับ HD ได้ จากที่ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile ก็ปรับการตั้งค่าระดับสูงมาให้เลยตั้งแต่แรก การเล่นก็ไหลลื่น ภาพสวยงาม

แบตเตอรี่อึด ชาร์จเร็ว 25W

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

แบตเตอรี่ 4,500 mAh ถือว่าเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุเยอะมาก และยังรองรับการชาร์จเร็ว Super Fast Charging (25 W) แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S10 5G อีกด้วย ทำให้การใช้งานได้แบบเต็มวัน และเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็สามารถชาร์จให้เต็มได้เร็ว

สรุป

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางจากซัมซุงที่น่าสนใจอีกรุ่น มีดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้รุ่นใหญ่ หน้าจอใหญ่ 6.7 นิ้ว ตัวเครื่องบาง กล้องหลังมีมาให้ถึง 3 เลนส์ มีเลนส์มุมกว้างให้ใช้งาน ถ่ายกลางคืนก็ทำได้ดี กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซลฟี่ภาพนิ่งก็สวยงาม หรือใครที่ชอบ Live ก็สบายใจเรื่องความคมชัดได้เลย แบตเตอรี่ก็ใหญ่รองรับการชาร์จเร็ว 25W ที่ Galaxy S10 ยังไม่มี เล่นเกมก็ลื่นไหล เรียกได้ว่าครบครันกันเลย

สเปก Samsung Galaxy A70

  • หน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity-U ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • ดีไซน์ตัวเครื่องเป็นแบบ 3D Glasstic (กระจกผสมพลาสติก) สะท้อนแสงสวยงาม
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 675
  • RAM 8 GB
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512GB
  • กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 MP (F/2.0)
  • กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 32 MP (F/1.7) + 8 MP (มุมกว้าง 123 องศา | F/2.2) + 5 MP (Depth | F/2.2)
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging (25 W) แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S10 5G
  • รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI เวอร์ชั่นล่าสุด
  • มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีน้ำเงิน, สีขาว และสีดำ
  • ราคา 15,990 บาท

ขอบคุณภาพจาก

www. samsungparty.com

รีวิว Huawei P30 Pro กับการเป็นที่สุดด้านกล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน

ท่ามกลางสภาวะตลาดสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างจะอิ่มตัว Huawei ยังคงสามารถสร้างแตกต่างของตนเองได้มาตั้งแต่ปีที่ล่วงเลยไป จากขั้นตอนการทำสมาร์ทโฟนที่ได้คะแนนรีวิวชั้น บน DxOMark มาผ่านปีกับ P20 ก่อนจะปีนี้จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ด้วยจุดขายเรื่องกล้องถ่ายรูปอย่างเช่นเดิมแล้วก็ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยกับ P30 Series

ในทุกวันนี้รูปลักษณ์โดยรวมของ P30 Pro เกือบสมบูณณ์แบบในหลายด้าน กล่าวได้ว่าเมื่อพิจารณาร่วมกับโปรโมชั่นของค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆแล้ว ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจไม่น้อยตัวหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

ตัวเครื่อง

การออกแบบตัวเครื่องของ Huawei P30 Pro จะมีลักษณะละม้ายกับ Mate 20 Pro ตรงที่ขอบจอทั้งสองข้างมีความงอตรงมุม โดยหน้าจอของ P30 Pro เป็น Oแอลอีดี ขนาด 6.47 นิ้ว ซึ่งใช้พื้นที่ข้างหน้าทั้งหมดทั้งปวง ความละเอียดFHD+ กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายรูปหน้าเป็นแบบหยดน้ำ

No Description

จุดเด่นเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องของ P30 Series อยู่ที่ฝาด้านข้างหลัง เพราะว่าจะต่างจากแบบที่ผ่านมา แม้กระนั้นเป็นการไล่เฉดสีโดยใช้ Optical Color และฉาบผิวทุ่งนาโน ชั้น โดยเครื่องที่ได้มาเป็นสี Breathing Crystal โทนสีฟ้า/สีน้ำเงิน ถ้าเกิดมองบางมุมก็จะได้สีออกสีน้ำเงิน ถ้าหากว่ามองอีกมุมก็จะได้สีฟ้าอ่อน หรืออีกมุมก็จะได้สีฟ้าแบบน้ำทะเล ส่วนที่สำคัญเป็นฝาด้านหลังรองรับ Reverse Charging ด้วย

No Description

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

ส่วนด้านล่างของเครื่องเป็นถาดใส่ซิม และพอร์ทชาร์จสามารถรองรับไฟ 40W แล้วก็ลำโพงข้างล่าง

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

หน้าจอที่มากกว่าการแสดงผล

ด้วยความที่หน้าจอของ P30 Pro ใช้พื้นที่ข้างหน้าทั้งหมดทั้งปวง ก็เลยทำให้การแสดงมีผลต่อในด้านที่เสียงเวลาโทรศัพท์ Huawei เปลี่ยนจากลำโพงเป็นการสั่นผ่านหน้าจอแทนด้วยเทคโนโลยี Acoustic Display Technology ซึ่งจากการใช้แรงงานจริงสมรรถนะเสียงค่อนข้างจะเสียงดังฟังชัดดี

No Descriptionภาพจาก Huawei Mobile

Huawei P30 Pro ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายพิมพ์นิ้วมือใต้จอด้วย ซึ่งเรื่องความสามารถการใช้แรงงานอาจจะยังไม่ได้แตกต่างจากเจ้าอื่นๆในตลาดในช่วงเวลานี้เท่าไรนัก เป็นจึงควรกดค้างไว้ราวๆเสี้ยววินาที หน้าจอถึงจะปลดล็อคให้

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

ที่สุดของกล้องถ่ายรูปข้างหลังบนสมาร์ทโฟน

Huawei ได้ปรับปรุงเซ็นเซอร์กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพจาก RGGB เป็น RYYB ซึ่งแปลงจากเซ็นเซอร์รับสีเขียว (G)เป็นเหลือง (Y) ซึ่ง Huawei และก็ Leica บอกเหตุผลว่าสีเหลืองสามารถรับสเปคตรัมแสงไฟได้มากกว่าราว40%

กล้องถ่ายสำหรับภาพข้างหลังของ Huawei P30 Pro เรียงกัน ตัว ตั้งแต่ว่าเลนส์ Ultra Wide ความกว้าง 120องศา ความละเอียด 20 ล้านพิกเซลกล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายรูปหลัก 40 ล้านพิกเซลและเลนส์ซูมออว่ากล่าวคัล x5 ความละเอียด ล้านพิกเซล พร้อมด้วย OIS ในตัว และก็กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพ ToF 3D สำหรับวัดระยะลึก

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

กล้องด้านหลัง 3 ตัวก็ไม่ได้ยื่น หรือนูนออกมามากนัก

No Description

ขอบคุณภาพจาก

www. blognone.com

เลนส์ไวด์

No Description

No Description

โหมด Night Shot

No Description)
เลนส์ไวด์

No Description
x1

No Description
x10

No Description
x50

โหมดซูม

No Description
Wide

No Description
x1

No Description
x5

No Description
x10

No Description
x50

โหมดมาโคร

No Description

No Description

โหมดออโต้

โหมด portrait

ด้วยเหตุว่ากล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายรูปมี AI ในตัว ทำให้หากแม้เราเปิดโหมดออโต้แล้วแบบด้านหลังกล้องถ่ายสำหรับภาพเป็นคน กล้องที่มีไว้ถ่ายภาพจะแนะนำโหมด portrait มาให้ ซึ่งการตัดขอบและก็เบลอด้านหลังของ P30 Pro ที่มองค่อนจะเนียนรวมทั้งเป็นธรรมชาติมากมายซึ่งคงมีต้นเหตุจากการใช้กล้องที่มีไว้ถ่ายภาพ ToF เป็นตัวช่วยแยกวัตถุกับเบื้องหน้าเบื้องหลัง

No Description

ที่จริงลูกเล่นเด็ดของ Huawei P30 Pro จะค่อนไปทางสำหรับโปรหรือเซไม่โปรมากกว่า รวมถึงอาจจำเป็นจะต้องใช้ขาตั้งช่วยด้วย อย่างโหมดโปรที่สามารถเปิด ISO ได้ถึง 409600 ซึ่งเหมาะสมกับการถ่ายกาแลคซี่ทางช้างเผือกหรือที่มืดจัดแล้วปรารถนาเล่นกับแสงไฟ หรือโหมด Light Painting ที่เอาไปถ่ายน้ำตกแล้วออกมาเป็นสายได้ด้วย

แบตเตอรี่

Huawei P30 Pro ให้แบตเตอรี่มาจุใจถึง 4,200mAh มากยิ่งกว่าเพียงพอต่อการใช้แรงงานทั้งวัน แถมที่ชาร์จจ่ายกระแสไฟฟ้า 40W ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ได้แบตเตอรี่มา 65-70% แล้ว โดย P30 Pro รองรับการชาร์จไร้สายด้วยกำลังไฟ 15W และมีฟีพบร์ Reverse Wireless Charging แบบ Galaxy S10 ด้วยเหมือนกัน

No Description

สรุป

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่บริบูรณ์ที่สุดในปีนี้ในทุกๆด้าน ระหว่างที่ด้านกล้องถ่ายรูปถือว่าก้าวกระโดดไปจากคู่ปรับในหลายแง่ ถึงแม้ว่าหลายโหมดอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานจริงมากสักเท่าไรนัก เป็นต้นว่า ซูม x50 ที่อาจจำเป็นต้องใช้ขาตั้งช่วย อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเอาที่จริงก็แอบมีความคิดว่าปัญหาของเรือธงปีหน้า (หรือแม้แต่ Mate สิ้นปี)ก็คงยากขึ้นไปอีกในการสร้างความไม่เหมือนให้กับตัวสมาร์ทโฟน

No Description

ภาพจาก

Huawei

www. blognone.com